วิธีลดความเครียดในการทำงาน

วิธีลดความเครียดในการทำงาน

วันนี้เรามีเคล็ดลับว่าจะทำอย่างไรที่จะลดความเครียดในการทำงาน

1. ออกกำลังกายเพื่อระบายฮอร์โมนแห่งความเครียด เช่น การเดินขึ้นลงบันได หรือจะเป็นการเล่นกีฬา หรือทำงาน บ้านในตอนเย็นหลังเลิกงาน หรือในวันหยุดก็ได้ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ช่วยกระปรี้กระเปร่า

2. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าลืมว่าเครื่องจักรยังต้องมีเวลาหยุดพักและซ่อมบำรุง คุณเองก็เช่นกันต้องมีเวลาพักผ่อนบ้างเพื่อจะได้มีพลังสำหรับการทำงานในวันต่อไป

3. พูดคุยปรึกษาปัญหาที่คุณหนักใจกับคนใกล้ชิด แม้บางครั้งเขาอาจช่วยคุณแก้ปัญหาไม่ได้ แต่การได้พูดสิ่งที่อัดอั้นในใจออกไป และได้คำปลอบประโลมกลับมา คุณจะรู้สึกดีขึ้น สบายใจขึ้น และอาจคิดแก้ปัญหาได้ในเวลาต่อมา

4. รู้จักปรับเปลี่ยนความคิด อย่าเอาแต่วิตกกังวลให้มากเกินไป ลองคิดในหลายๆ แง่มุม คิดในสิ่งดีๆ คิดอย่างมีความหวังบ้าง ยังมีคนลำบากกว่าคุณอีกมาก จะได้มีกำลังใจต่อสู้ปัญหาต่อไป

5. การฝึกเทคนิคคลายเครียด เช่น การหายใจเข้าลึกๆ ให้ท้องพองออก และหายใจออกช้าๆ ให้ท้องแฟบลง จะช่วยชะลอความโกรธ คลายความกังวล ลดความกลัว และความตื่นเต้นลงได้ นอกจากนี้ควรฝึกสมาธิเพื่อสงบจิตใจ โดยมีสติอยู่กับลมหายใจเข้าออก จะช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี

เรื่องน่ารู้: ผักแพว

เรื่องน่ารู้: ผักแพว

ผักแพว หรือกะเส็งตามคำเรียกของพื้นที่ภาคใต้เป็นพืชล้มลุก ตามข้อมักมีรากงอกออกมา ลำต้นเป็นแบบทอดเลื้อยไปตามพื้นดินและมีรากงอกออกมาตามส่วนที่สัมผัสกับพื้นดิน  เจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้นแฉะ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดและการใช้ลำต้น ปักชำ เป็นพืชล้มลุก พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

เป็นผักที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย และช่วยชะลอวัย ป้องกันและต่อต้านมะเร็ง ป้องกันโรคหัวใจทำให้เจริญอาหาร บำรุงประสาทและรสเผ็ดของผักแพวจะช่วยทำให้เลือดลมในร่างกายเดินสะดวกมากขึ้น

หัวใจวายเฉียบพลัน…ป้องกันได้

หัวใจวายเฉียบพลัน...ป้องกันได้

ระยะหลังข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของเพื่อนของคนรู้จักที่อยู่รายรอบดูจะบ่อยขึ้น ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเพราะสภาพแวดล้อมและวิถีการใช้ชีวิตของมนุษย์คนเมืองเปลี่ยนไปมากมาย อาหารการกินหนึ่ง การออกกำลังกายอีกหนึ่งที่ถือว่าสำคัญมากๆ ไม่นับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อยู่บนความเสี่ยงมากมาย

ในความเป็นจริง เราสามารถออกจากกลุ่มเสี่ยงนี้ได้ แล้วใครกันที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง?

1.เพศและอายุ จากสถิติเพศชายมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าหญิง 3-5 เท่า และมักเกิดได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนเพศหญิงมักจะเกิดในวัยหมดประจำเดือน คือ 50-55 ปีขึ้นไป

แต่…ใช่ว่าอายุน้อยกว่านี้จะไม่มีโอกาสเป็นสมาชิกคนกลุ่มนี้

2.สูบบุหรี่

3.มีภาวะไขมันในเลือดสูง เป็นโรคความดันโลหิตสูง

4.เป็นโรคเบาหวาน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว การบีบตัวของเส้นเลือดขาดความยืดหยุ่น

ซึ่งแก้ได้ด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินการใช้ชีวิต ทิ้งบุหรี่ซะ และควรเริ่มออกกำลังกายโดยด่วน แต่อย่าหักโหมในทันที ทางที่ดีเช็กสุขภาพปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกชนิดการออกกำลังกาย

กินอย่างวัย ใกล้เกษียณ

กินอย่างวัย ใกล้เกษียณ

หลักการกินอาหารที่ดี คือ ให้ครบ 5 หมู่ และหลากหลาย แต่สำหรับท่านที่อยู่ในช่วงอายุ 45-59 ปี ควรเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม เช่น ผักใบเขียวทุกชนิด นม ปลาเล็กปลาน้อย เป็นต้น เพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน และเพิ่มอาหารที่มีไฟโตเอสโตรเจน เช่น ถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ ฟักทอง ข้าวกล้อง และควรลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล ชา กาแฟ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่

มะเร็งปอด โรคมะเร็งของผู้ใหญ่

มะเร็งปอด โรคมะเร็งของผู้ใหญ่

โรคมะเร็งปอด (Lung cancer) เป็นโรคมะเร็งของผู้ใหญ่ เป็นโรคพบบ่อยมากทั้งในคนไทยและทั่วโลก พบในผู้ชายได้บ่อยกว่าในผู้หญิงประมาณ 2 ถึง 3 เท่า โดยทั่วไปพบโรคได้สูงตั้งแต่ในอายุ 35 ปีขึ้นไป

โรคมะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดทั่วโลก และมีความรุนแรงโรคสูงมาก เป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 ของโรคมะเร็งทั้งหมด โดยพบผู้ป่วยใหม่โรคนี้ได้ประมาณ 1.1 ล้านคนต่อปี ในการนี้จะเสียชีวิต 0.94 ล้านราย (ผู้หญิง 0.43 ล้านราย ผู้ชาย 0.51 ล้านราย) ส่วนในประเทศไทย ในช่วง พ.ศ. 2544-2546 พบโรคนี้ในผู้หญิง 9.7 รายต่อประชากรหญิง 100,000 คน และในผู้ชาย 24.9 ราย ต่อประชากรชาย 100,000 คน

ว่านกาบหอย : แก้กรดไหลย้อน

ว่านกาบหอย : แก้กรดไหลย้อน

ชื่ออื่นๆ : ว่านหอยแครง ว่านแสงอาทิตย์ ฯลฯ ว่านกาบหอยมักพบปลูกเป็นไม้ประดับหรือปลูกไว้ในสวนยาหรือใส่กระถางปลูกเอาไว้ทำยาตามบ้านเรือน

สรรพคุณ :

– ใบ แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้ไอ อาเจียนเป็นเลือด แก้ฟกช้ำภายใน แก้บิดถ่ายเป็นเลือด แก้ปัสสาวะเป็นเลือด แก้กรดไหลย้อน

– ดอก รสชุ่มชื่น ใช้ขับเสมหะ แก้ไอแห้งๆ แก้อาเจียนเป็นเลือด เลือดกำเดา ห้ามเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด แก้ไอเป็นเลือดใช้ต้มกับเนื้อหมูกิน แก้บิดถ่ายเป็นเลือดใช้ต้มน้ำกิน

– ราก ใช้เป็นยาบำรุงตับและม้ามพิการได้ดี

ตำรับยา :

1.แก้กรดไหลย้อน ใช้ใบว่านกาบหอยและใบเตยสด 4-5 ใบอย่างละเท่ากันต้มนํ้าดื่ม หรือนำน้ำที่ได้ผสมนํ้าผึ้ง 1 ช้อนชา นํ้ามะนาว 1 ช้อนชา และเกลือป่นเล็กน้อย ดื่มวันละ 2-3 ครั้ง ติดต่อกัน 3-4 วัน อาการกรดไหลย้อนจะค่อยๆ ดีขึ้น ถ้าให้หายขาดควรดื่มติดต่อกัน 3-6 เดือน

2.แก้ไอ ร้อนในกระหายน้ำ แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้ฟกช้ำภายในเนื่องจากพลัดตกจากที่สูงหรือหกล้มฟาดถูกของแข็ง ใช้ใบสด 3 ใบ ต้มน้ำ ผสมน้ำตาลกรวดเล็กน้อยกิน

3.แก้หวัด ไอมีเสมหะปนเลือด เลือดกำเดาออก บิดจากแบคทีเรีย ใช้ดอกนี้แห้ง 20-30 กรัม ต้มน้ำกิน

4.แก้บิด ใช้ต้นสด 120 กรัม น้ำตาล 30 กรัมต้มน้ำกินตอนอุ่นๆ

5.แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน อันเกิดจากการทำนาใช้คั้นน้ำจากใบของต้นนี้มาทาบริเวณมือและเท้า ปล่อยให้แห้งแล้วค่อยลงไปทำนา โดยทาน้ำคั้นของต้นนี้ 1 ครั้ง ก่อนและหลังลงไปทำนา เป็นการป้องกันมือและเท้าเน่าเปื่อย ถ้ามือและเท้าเน่าเปื่อยแล้วก็ทาน้ำคั้นจากต้นนี้เป็นการรักษาได้เหมือนกัน

6.ใบ ปิ้งให้แห้งบดเป็นผงผสมน้ำมัน หรือใช้น้ำคั้นจากต้นนี้เคี่ยวกับน้ำมันงา หรือน้ำมันมะพร้าวมาศีรษะทำให้ผมดกดำ และแก้ผมหงอกก่อนวัย

7.สัตว์เลี้ยงมีบาดแผลเลือดออกหรือฟกช้ำ ใช้ต้นสดตำพอก

** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

วิธีต่อสู้กับความอยากกินช็อกโกแลต

วิธีต่อสู้กับความอยากกินช็อกโกแลต

มีการวิจัยอย่างหลากหลายถึงคุณประโยชน์และโทษของช็อกโกแลต หากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะและรู้ว่าแค่ไหนถึงจะได้ประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าบริโภคมากเกินไปรับรองว่านอกจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงและเสี่ยงเป็นโรคอ้วนแล้ว อาจจะเป็นสิวทำให้หมดความมั่นใจยิ่งขึ้น เพราะการออกแบบหลายรูปทรงหลายรสหลายยี่ห้อของช็อกโกแลตทุกวันนี้ ช่างสร้างความยั่วยวนให้ลองลิ้มชิมรส จนเป็นเรื่องยากที่คนชอบช็อกโกแลตจะหักห้ามใจ

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลียเผยว่า มีการวิจัยใหม่ระบุว่าคนเรานั้นสามารถใช้ความตระหนักรู้ในตนเองเพื่อต่อสู้และลบความคิดอยากกินช็อกโกแลต เพื่อจัดการกับปัญหาความอยากกินขณะที่ยังไม่หิว ทั้งนี้ การกำหนดเป้าหมายความคิดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต้องเริ่มเปลี่ยนภาพช็อกโกแลตในสมองทันทีก่อนที่จะกลายเป็นความรู้สึกอยากกินถึงขีดสุด และทำให้เราสวาปามของหวานอย่างไม่บันยะบันยัง

ฉะนั้นการหลีกเลี่ยงความอยากกินช็อกโกแลตนั้นอาจทำได้ง่ายๆ คือพยายามจินตนาการอย่างอื่นเข้ามาทดแทน เช่น การท่องเที่ยวเดินป่า เดินริมชายหาด หรือกิจกรรมอื่นๆที่จะทำให้สมองของเราหยุดคิดถึงช็อกโกแลต.

ผ่อนคลายสายตา แก้ปัญหาตาแห้ง

ผ่อนคลายสายตา แก้ปัญหาตาแห้ง

การผ่อนคลายสายตา  เป็นการป้องกันโรคตาแห้งที่ได้ผลดี เพื่อให้ดวงตาสดใสอยู่เสมอ  เรามีวิธีป้องกันตาแห้งและถนอมดวงตามาฝากค่ะ
น้ำตาของคนเรานั้น มีประโยชน์ในการช่วยเคลือบและคลุมผิวตาไม่ให้แห้ง หล่อลื่นดวงตาให้เกิดความสบายตา   ลดการระคายเคืองทุกครั้งที่เรากระพริบตา และที่สำคัญคือมีสารซึ่งมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรค หากน้ำตาน้อยจะทำให้เกิดภาวะตาแห้ง ส่งผลให้เกิดความไม่สบายตาและตามัว

อาการตาแห้งมีหลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อย คือ มีการสร้างน้ำตาลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอายุมากขึ้น การรับประทานยาบางอย่าง เช่น ยาแก้แพ้ ยาคลายเครียด การใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่ถูกวิธี ภูมิแพ้ที่ตาหนังตาหรือเยื่อตาอักเสบเรื้อรัง  รวมถึงผู้ที่เคยทำเลสิก ผ่าตัดตา ผู้มีปัญหาหลับตาไม่สนิท ตลอดจนช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้ง ลมแรง  ดื่มน้ำน้อย  การอ่านหนังสือหรือใช้คอมพิวเตอร์นานๆ  ก็สามารถทำให้น้ำตาระเหยไปได้เช่นกัน

ดังนั้นการดูแลและป้องกันตาแห้ง ควรดูตามสาเหตุค่ะ

– หากต้องใช้สายตาหรืออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ควรพักสายตาทุก 30-60 นาที ด้วยการหลับตา   1-2 นาที กะพริบตาบ่อยๆ

– ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ก็ไม่ควรใส่นานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน

– ผู้ที่ต้องรับประทานยาที่แก้แพ้เป็นประจำ อาจจำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมช่วย

– ดื่มน้ำมากๆ

– หลีกเลี่ยงที่ที่มีลมแรง แต่ถ้าต้องอยู่ในที่ที่อากาศแห้ง ร้อน หรือมีลมพัด ควรสวมแว่นเพื่อ

กันแดดและลมที่เป็นสาเหตุทำให้ตาแห้งได้

– นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา พวกผัก ผลไม้ ปลาหรืออาหารทะเล

ที่มีกรดไขมันที่จำเป็นหรือโอเมก้า-3 จะช่วยให้น้ำตาระเหยช้าลง

อย่างไรก็ตาม เราควรทะนุถนอมดวงตาด้วยการพักสายตาเป็นระยะๆ ไม่ใช้สายตาติดต่อกัน

นานๆ หลายชั่วโมง และกะพริบตาบ่อยๆ ให้มีน้ำตาเคลือบตาตลอดเวลา เพราะถ้าเราปล่อยให้ตาแห้งมากๆ จะทำให้กระจกตาไม่เรียบใส  ผิวกระจกตาอักเสบ จะทำให้มีอาการระคายเคืองและตาพร่ามัวได้ค่ะ

ยืนทำงาน ออกกำลังอย่างไร

ยืนทำงาน ออกกำลังอย่างไร

คนทำงานที่ต้องยืนนานมักประสบปัญหาอาการปวดน่อง เท้า และหลัง เป็นประจำ แถมด้วยอาการหลอดเลือดขอด ยืนทำงานมีผลเสียอย่างไรบ้าง

การยืนนานๆ จะส่งผลให้ร่างกายมีอาการผิดปกติ ดังต่อไปนี้

1. มีน้ำหนักกดอยู่ที่ฝ่าเท้าเป็นเวลานาน

2. กล้ามเนื้อน่องต้องทำงานตลอดเวลา

3. มีเลือดคั่งค้างอยู่ที่เท้า เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก

4. หลังจะแอ่นเพราะกล้ามเนื้อหลังและขาจะล้าจากการยืนนาน

ผู้ที่ต้องยืนทำงานเป็นเวลานานๆ เช่น พนักงานขายสินค้าตามห้าง คนงานแกะกุ้ง คนงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ครู ฯลฯ มักมีปัญหาที่ เท้า น่อง หลัง และอาการหลอดเลือดขอด

แก้ไขได้อย่างไรบ้าง

การปรับสภาพงานและการจัดการ เป็นวิธีการแก้ไขอันดับแรก เช่น การให้มีที่พักเท้า การหาพรมรองขณะยืนเพื่อลดแรงกดที่เท้า การยืนสลับกับการนั่งทำงาน ฯลฯ การออกกำลังกายจะช่วยเสริมในป้องกันอาการดังกล่าว ขอเน้นว่าต้องปรับสภาพงานก่อนแล้วจึงเสริมด้วยการออกกำลัง

ชนิดของมะเร็งปอด

ชนิดของมะเร็งปอด

โรคมะเร็งปอดมีได้หลากหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยมีสองชนิดหลัก คือ ชนิดเซลล์ตัวโต (ตัวใหญ่ หรือ Non-small cell carcinoma) และชนิดเซลล์ตัวเล็ก (Small cell carcinoma)

โรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวโต พบได้บ่อยกว่าชนิดเซลล์ตัวเล็กมาก มักลุกลามอยู่ในปอดและเนื้อเยื่อข้างเคียงก่อน ต่อจากนั้นจึงลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่ขั้วปอด และในช่องอก แล้วจึงแพร่กระจายเข้าสู่กระแสโลหิต (เลือด)

โรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวเล็ก พบได้น้อยกว่าชนิดเซลล์ตัวโตมาก แต่รุนแรงกว่า เมื่อตรวจพบ โรคมักลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง และแพร่กระจายสู่กระแสโลหิตแล้ว

โรคมะเร็งปอดทั้งสองชนิด เมื่อแพร่กระจาย มักเข้าสู่ เนื้อเยื่อปอดในส่วนอื่นๆ สู่เยื่อหุ้มปอด กระดูก สมอง ต่อมหมวกไต และตับ