รีวิว Olympus Stylus TG-Tracker กล้องขาลุยครบเครื่องไม่เกิน หมื่น 5

กล้อง Action Camera สมัยนี้มีทางเลือกเยอะมากจริง ๆ แต่สำหรับการลองครั้งนี้ขอนำเสนอ Olympus Tough TG Tracker

รายละเอียด Olympus Tough TG Tracker

ขนาดเครื่อง : 35 x 56.6 x 93.2 มิลลิเมตร
น้ำหนัก : 180 กรัม
สีของเครื่อง : ดำ, เขียว
การ์ดความจำ : Micro SD Card
ความจำในตัว : ไม่มี
เลนส์จาก Flash Eye เลนส์ 7 ชิ้น
เซนเซอร์ : ขนาด 1/2.3 นิ้ว CMOS
ค่ารูรับแสง : 0
ความละเอียดสูงสุด : 12 ล้านพิกเซล (วีดีโอ 4K)
การเชื่อมต่อ : WiFi Direct, HDMI, Micro USB 2.0
WiFi : 802.11 b/g/n (แบบ WiFi Direct)
หน้าจอ : 5 นิ้วความละเอียด 115,000 จุด พับได้ 90 องศา
แบตเตอรี่ขนาด 1350 mAh สามารถถ่ายภาพได้ต่อเนื่อง 480 ภาพ ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง
รูปร่าง

ด้านหน้า มีเลนส์กล้องขนาด 1.58 มิลลิเมตร เป็นเลนส์ที่สามารถเลือกได้ว่าจะมุมกว้างหรือแบบ fish eye พร้อมกับ led flash หรือจะปรับเป็นไฟฉายด้านบนได้  ด้านข้างจะมีความแตกต่างทั้ง 2 ด้านคือ ฝั่งซ้ายจะมีหน้าจอขนาดเล็ก พร้อมกับเปิดเพื่อดูภาพและเมนูการตั้งค่าได้ ฝั่งขวาเป็นโลหะสีเดียวกับเครื่องซึ่งที่เราได้มารีวิวเป็นสีเขียว มาพร้อมกับคำว่า Olympus และส่วนสีเขียวเป็นคำว่า tough พร้อมคุณสมบัติของเครื่อง และมีปุ่มได้แก่ log จะเป็นการ standby, off สำหรับปิดไม่ให้กล้องทำงาน และ on เพื่อเปิดให้กล้องทำงาน และยังมีช่องใส่อุปกรณ์เสริมของเลนส์ได้ และมีไมโครโฟนทั้ง 2 ฝั่งแยกระหว่างซ้ายกับขวา  ด้านบนมีปุ่มควบคุม โดยปุ่มถ่ายภาพและวีดีโอเป็นปุ่มเดียวกันคือ ปุ่มมีแดง นอกนั้นการสั่งงานกดผ่านตรงนี้ได้ทันที พร้อมไฟแสดงผลการทำงาน  ส่วนด้านล่างหลัก ๆ คือที่ใส่อุปกรณ์ตั้งเช่นไม้ selfie และ tripod หรือขาตั้งกล้อง  ด้านหลังเป็นฝ่าหลังพร้อมปุ่มเปิดปิด และมีสีบอดี้เหมือนกับตัวเครื่องส่วนอื่น  ฝาหลังสามารถเปิดได้ แต่อาจจะต้องใช้ความพยายามพอสมควร เพราะ ค่อนข้างแข็งแรงเพื่อป้องกันน้ำ ภายในจะมีช่องใส่แบตเตอรี่, ช่องเสียบ micro usb, HDMI ภาพรวมของกล้องรุ่นนี้ดูแข็งแรงสมบุกสมบัน แม้ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน เพราะสามารถกันกระแทกได้ 2 เมตร และกันน้ำได้ 30 เมตรอีกด้วย ถือว่าเป็นกล้องพันธุ์อึดอีกรุ่นหนึ่ง

คุณสมบัติเด่น
Olympus tough tg tracker นอกจากจะมีความทนทานอย่างที่ได้บอกไปแล้ว ยังมีเลนส์คุณภาพที่ดี และสามารถถ่ายภาพได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น

ภาพนิ่งที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
วีดีโอที่มีความละเอียดสูงสุดที่ 4K
Time lapse
นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพได้ทั้งแบบเลนส์ปกติและแบบ มุมกว้างหรือ fish eye ทำให้การถ่ายภาพนั้นมีความหลากหลายมากขึ้น และยังมีระบบกันสั่น is (image stabilization) ที่ทำให้การถ่ายภาพนั้นนิ่งมากแม้จุดที่วางนั้นจะมีการกระแทกตลอดเวลาก็ตาม

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีสามารถเชื่อมต่อผ่าน wifi และต่อเชื่อมกับมือถือผ่าน application OI. Track (Olympus Image Track) ได้ ทำให้สร้างความสะดวกในการดึงข้อมูลจากกล้องโดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ให้ลำบาก แถมียังมี ความสะดวกเมื่อใช้ไปแล้วแบตเตอรี่หมด ก็สามารถชาร์จไฟผ่าน power bank ได้อีกด้วย และยังต่อจอนอกผ่าน hdmi ได้เช่นกัน

สรุปหลังจากลอง Olympus tough TG tracker

จากที่ได้ลองใช้พบว่าเป็นกล้องที่ให้ความคล่องตัวสูงอีกรุ่นและยังมีจุดเด่นในเรื่องกที่สามารถสูงอีกรุ่นและทนทานเพราะไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใด ๆ ในการช่วยเหลือนอกจากไม้ selfie และ การต่อกับหมวกหรือที่ยึด แต่อย่างไรก็ดี หน้าจอบิดได้แค่ 90 องศา ไม่สามารถใช้ถ่าย selfie ได้ก็ดูไปแล้วมันไม่สะดวกแค่จุดนี้ เป็นอีกบทพิสูจน์ว่า Olympus ก็มีดีกับเรื่องกล้องพวกนี้และสามารถใช้งานได้ดี แต่อาจจะต้องปรับปรุงตามคู่แข่งในบางเรื่องอยู่ แต่อย่างไรก็ดี

ส่วนราคา 14,990 บาท ด้วยความสามารถที่ถ่ายวีดีโอได้ละเอียดและไม่สั่นไหวเพราะมีระบบกันสั่นที่ดีขนาดนี้ ก็ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าคบหานำมาใช้ แต่ถ้าเทียบกับคู่แข่งตอนนี้อาจจะลำบากใจสักหน่อยนะครับ ฉะนั้นถ้าเป็นแฟน Olympus ไม่ควรพลาดกล้องรุ่นนี้ครับAction Camera ที่มีคุณสมบัติพร้อมลุยอย่างยิ่ง

ข้อดี : ขนาดกะทัดรัด  ฟังก์ชั่นครบครัน  เชื่อมต่อกับมือถือได้  รองรับ Video 4K

ข้อควรปรับปรุง : อุปกรณ์เสริมหายาก  หน้าจอความละเอียดน้อย  ปรับองศาจอได้น้อยมาก

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วยเหลือ! ‘หนูน้อยอายุ 12 วัน กำพร้าแม่’ ทางการเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ให้

ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วยเหลือ หนูน้อยผู้อาภัพต้องกำพร้าแม่ อายุ 12 วัน อาศัยอยู่กับตายาย ที่รับภาระเลี้ยงดู ในเพิงพักผุพัง ล่าสุดยอดบริจาคเงินกว่า 2 แสนบาท เตรียมสร้างบ้านที่อยู่อาศัยใหม่ให้

จากกรณี พบชีวิตหนูน้อยวัยเพียง 12 วัน ที่สุดแสนจะอาภัพอาศัยอยู่ที่ บ้านเลขที่ 1577/2 หมู่ที่ 10 ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ที่มีลักษณะเป็นเพิงพัก ไม่มีลักษณะความเป็นบ้านเนื่องจากทำด้วยเศษไม้ มุงหลังคาด้วยสังกะสีที่ผุพัง ไม่สามารถกันแดดกันฝน และกันลมหนาวได้

โดยหนูน้อยได้แก่ เด็กหญิงยา (นามสมมุติ) อายุเพียง 12 วัน ต้องตกเป็นเด็กกำพร้าแม่ทันทีตั้งแต่กำเนิดลืมตาดูโลกเนื่องจาก นางสาวจีรวรรณ แพสา อายุ 26 ปี ผู้เป็นมารดา ต้องมาเสียชีวิตหลังคลอดหนูน้อยได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา จึงส่งผลทำให้หนูน้อยต้องอาศัยอยู่กับตาและยาย รวมถึงสมาชิกของครอบครัว รวม 7 คน ในเพิงพักที่ผุพังเผยครอบครัวมีฐานะยากจนอยู่อย่างแร้นแค้น ตากับยายเป็นหลักของครอบครัว รายได้จากการประกอบอาชีพเก็บของเก่า รับจ้างเป็นคนงานก่อสร้าง และเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งมีรายได้ไม่มากนัก

ล่าสุด พันเอกชัยเดช สุรวดี รองผู้บัญชาการรักษาความสงบจังหวัดพิจิตร พร้อมประชาชนที่มีจิตเมตตาหลั่งไหลนำอาหาร น้ำดื่ม ข้าวสารอาหารแห้ง พร้อมกับสิ่งของใช้สำหรับทารกแรกเกิด นำมาร่วมบริจาคช่วยเหลือให้กับครอบครัวของหนูน้อย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งสั่งการให้นำกำลังพลทหารเตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ โดยนำงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาทราย ทำการสร้างบ้านแทนหลังเก่าที่พุพัง

ขณะที่ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือ มอบเงินครอบครัวอุปภัมภ์ให้แก่เด็ก เดือนละ 2,000 บาท จนกว่าเด็กจะมีอายุครบ 18 ปี มอบเงินกองทุนคุ้มครองเด็ก จำนวน 7,000 บาท มอบเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุให้แก่ยายของเด็ก จำนวน 2,500 บาท ช่วยปรับสภาพที่อยู่อาศัยภายในวงเงิน 20,000 บาท พร้อมสั่งการเน้นย้ำให้อำเภอทับคล้อ และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิจิตร คอยติดตามช่วยเหลือครอบครัวนี้

สำหรับยอดเงินที่ผู้มีจิตเมตตาบริจาค ล่าสุดมีจำนวนกว่า 200,000 บาท โดยทางคณะกรรมการหมู่บ้าน จะนำเงินบางส่วนเป็นเงินไว้สำหรับกองทุนการศึกษาของหนูน้อย และเงินบางส่วนจะใช้ดำเนินการก่อสร้างบ้านให้กับสมาชิกครอบครัวทั้ง 7 คน

สำหรับผู้มีจิตเมตตายังสามารถร่วมบริจาคเงิน ได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาทับคล้อ ชื่อบัญชี นายจำนงค์ แพสา (ตาของหนูน้อย) เลขที่บัญชี 612-0-18601-8 หรือสอบถามที่เบอร์โทรศัพท์ 099-3831288 (เบอร์นายจำนง)

วางขายแล้ว!! Samsung Galaxy s7 / s7 edge สองสีใหม่

สำหรับใครที่กำลังมองหามือถือ Samsung Galaxy s7 หรือ Samsung Galaxy s7 edge ไว้ใช้งานแล้วละก็ทางทีมงานมีข่าวดีมาบอกว่า ตอนนี้ทางซัมชุงไทย ได้เพิ่มสีใหม่เข้ามาขายอีกสองสีครับคือ Pink Gold และ Blue Coral

จากปกติที่มีสี Black Onyx, White, Gold Platinum และ Silver Titanium และแน่นอนว่าสองสีใหม่ที่นำมาขายเพิ่มอาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับใครหลาย ๆ คนครับ

คุณสมบัติเบื้องต้นของ Galaxy S7 และ S7 edge

Galaxy S7 และ S7 edge ออกมาโค้งได้รูป โดยใช้กระบวนการเฉพาะที่เรียกว่า 3D เทอร์โมฟอร์มมิ่ง เพื่อทำให้กระจก 3D โค้งได้รูป จนบรรจบเข้ากับโลหะอัลลอยผสมอย่างปราณีต ออกมาเป็นตัวเครื่องที่โค้งสวยงามไร้รอยต่อ และแข็งแรง อโค้งแบบ dual-curve ด้านหลังของ Galaxy S7 และ S7 edge ให้คุณรู้สึกกระชับยามที่คุณถือ หรือใช้งาน พิถีพิถันในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ ตั้งแต่แนวเส้นที่ดูเป็นธรรมชาติ จนถึงรูปลักษณ์บางเฉียบ ผสมผสานกันเพื่อสร้างสัมผัสที่น่าพึงพอใจจนคุณไม่อยากจะวาง

ส่วนราคาของ Samsung Galaxy S7 และ S7 edge แม้ว่าจะอยู่ราคาเดิมคือ S7 23,900 บาท และ S7 edge อยู่ที่ 26,900 บาท แต่พิเศษในช่วงนี้ จะลด 4,000 บาท โดยทำให้เครื่อง S7 และ S7 edge เหลือเพียง

Galaxy S7 ราคาพิเศษ 19,900 บาท จากราคาปกติ 23,900 บาท
Galaxy S7 edge ราคาพิเศษ 22,900 บาท จากราคาปกติ 26,900 บาท
เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2560

ส่วนสีใหม่ที่ว่านั้นนั้น Blue Coral ขายเรื่อย ๆ ไม่จำกัด แต่ว่า Pink Gold นั้นมีจำนวนจำกัดและเป็น Limited Edition เช่นเดียวกับที่ White Peral ทำก่อนหน้านี้

5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเสร็จงานในแต่ละวันได้เร็วขึ้น

To do list เป็นตัวช่วยที่ดีในการทำงาน แต่ก็ใช่ว่าเราจะสามารถสะสางงานตามตารางที่เรากำหนดได้เสมอไป เราทราบกันอยู่แล้วว่ากันตัดหรือลดเรื่องกวนเวลาอย่างการเล่นโซเชียลออกไปจะช่วยให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพและทำงานได้ไวขึ้น แต่วันนี้เรามีทริคเพิ่มเติมที่รวบรวมมาจากคนที่มีศักยภาพในการทำงาน(ให้สำเร็จ)สูง หรือเรียกว่าคนที่มี high-productive สามารถจัดการงานหรือสิ่งต่างๆได้ด้วยการคิดและการตัดสินใจที่ดี มาดูกันว่า 5 ทริคดีๆที่จะช่วยให้คุณทำงานในแต่ละวันได้สำเร็จไวขึ้นมีอะไรบ้าง

1. โฟกัสเวลาเป็นนาที
1,440 นาที คือตัวเลขที่คุณควรทำความรู้จักกับมันให้ดู เพราะมันคือจำนวนเวลาในแต่ละวันที่ทุกคนมีเท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนใช้มันไปกับอะไรบ้าง Shannon Miller นักยิมนาสติกโอลิมปิคชื่อดังก็ใช้วิธีการจัดสรรเวลาให้ตัวเองเป็นนาที “ทุกวันนี้ฉันจัดตารางเวลาให้ตัวเองเป็นจะนาทีต่อนาที คุณต้องให้รายละเอียดกับแต่ละนาที เพราะมันเป็นตัวกำหนดรายละเอียดในชีวิต” ลองนำวิธีนี้ไปใช้ดู ปรับตารางเวลาให้เข้ากับงานหรือไลฟ์สไตล์ตัวเอง โดยกำหนดเวลาเป็นนาทีและพึงระลึกเสมอว่า 1,140 นาทีนี้มีมูลค่ามากกว่าเงิน เงินหมดแล้วยังหาขึ้นมาใหม่ได้ แต่ 1,440 นี้ผ่านแล้วผ่านเลย

2. โฟกัสสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างๆ
Most Important Task (MIT) หรือการจัดการกับงานที่สำคัญที่สุดก่อน ลองสังเกตตัวเองว่าเป็นคนแอคทีฟช่วงเวลาไหน (จริงๆแล้วตามทฤษฎีเขาแนะนำให้เป็นช่วงเช้านะ) แล้วให้เวลาสัก 1-2 ชั่วโมงในช่วงนั้นกับงานที่สำคัญที่สุดในแต่ละวัน และถ้าเลือกให้เป็น MIT แล้วคุณต้องเต็มที่นะ ไม่จำเป็นอย่าเอากิจกรรมอื่นมาแทรกเด็ดขาด Tom Ziglar, CEO บริษัท Ziglar เคยแนะนำไว้ว่า “ลงทุนกับช่วงเช้าของตัวเองกันสักหน่อย เอางานสำคัญที่สุดในแต่ละวันมาทำเป็นอย่างแรก วิธีนี้จะช่วยให้คุณสร้างธุรกิจของตัวเองให้สำเร็จได้ไวขึ้น”

3. ถ้าไม่จำเป็น…อย่าประชุม
Mark Cuban จะแนะนำคนรอบตัวเสมอว่าอย่าใช้เวลาไปกับการประชุมที่ไม่ได้ก่อเกิดประโยชน์หรือคุณค่าอะไรให้กับตัวคุณหรือบริษัท การประชุมเป็นหนึ่งในนักฆ่าเวลาที่น่ากลัวที่สุด เริ่มตั้งแต่การเริ่มประชุมเลท คนที่ชอบพาออกทะเล การวนอยู่ในประเด็นเดิมที่ไม่ได้นำพาไปสู่อะไร และแน่นอนว่ามันกินเวลานานมากกว่าจะได้ข้อสรุปสักเรื่องจากการประชุม หากทำได้คุณควรหาวิธีผละออกจากการประชุมเช่นนี้ หรือหากคุณเป็นคนนัดประชุมเองคุณต้องวางแพลนดีๆ กระชับเวลา อย่ายืดเยื้อ มุ่งหาคำตอบในประเด็นที่กำหนด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในเวลาที่สั้นที่สุด และพยายามโน้มนำคนที่ชอบออกทะเลให้กลับเข้ามาสู่ประเด็นที่ต้องจดจ่อ

4. Say “No” ให้ชินปาก
Warren Buffet เคยกล่าวไว้ในหนังสือของเขาว่า ข้อแตกต่างระหว่างคนที่ประสบความสำเร็จ กับคนที่โคตรประสบความสำเร็จ คือ คนประเภทหลังจะพูดคำว่า “No” กับแทบจะทุกสิ่ง ไม่ใช่เพราะเขาเหล่านั้นเป็นคนชอบปฏิเสธ แต่พวกเขาระลึกเสมอว่าเวลาของพวกเขามีค่ายิ่งกว่าทอง และเขาจะไม่เสียเวลาไปกับอะไรที่ไม่ควรเสีย หากจะต้องตอบตกลงในเรื่องใดสักเรื่อง สิ่งนั้นจะต้องมีคุณค่ามากพอ อย่าลืมว่าแต่ละวันเรามีกันคนละ 1,140 นาที

5. กระจายงานให้เป็น
สำคัญมากสำหรับการทำงาน พึงระลึกไว้ว่าคุณไม่สามารถจัดการทุกอย่างให้ลุล่วงทันเวลาได้เพียงลำพัง เมื่อมีงานเข้ามา แทนที่คุณจะคิดว่า “ฉันจะทำอย่างไรให้งานนี้เสร็จ?” ลองเปลี่ยนเป็น “จะมีวิธีไหนทำให้งานชิ้นนี้เสร็จได้บ้าง” คุณจะมองเห็นหนทางในการจัดการได้กว้างขึ้น และสามารถดึงศักยภาพของคนในทีมออกมาได้อย่างเต็มที่

เคล็ด (ไม่) ลับ ใช้เงินอย่างไรให้รวย รวย รวย

ใครบ้างไม่อยากรวย จริงไหมคะ แต่จะทำอย่างไรให้รวยได้นี่สิ เป็นเรื่องยากอย่างกับเข็นครกขึ้นภูเขาไม่รู้ตั้งกี่ลูก แต่ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ซะหน่อย วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับเกี่ยวกับการใช้เงินของคนรวยมาแอบกระซิบให้ฟังกันค่ะ ว่าเขาใช้เงินกันอย่างไร ทำไมถึงได้รวย รวย รวย กันแบบนี้
• ใช้เงินแบบมีจุดมุ่งหมาย เงินทุกบาททุกสตางค์ที่คนรวยจ่ายออกไปจะต้องมีจุดมุ่งหมาย จะต้องผ่านกระบวนการวางแผนและการคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ คนรวยจะไม่พูดว่า โอ๊ะ! ไม่รู้อะไรพาให้เราเข้ามานั่งในร้านนี้ หรือ โอ๊ะ! ไม่รู้อะไรดลใจให้ซื้อรองเท้าคู่นี้มา ถ้าจะซื้อหรือจะทานอะไร ก็จะไม่มีคำว่า หลง หรือ งง ที่ทำให้เราต้องหลวมตัวใช้เงินแบบไม่ตั้งใจหรือไม่ได้วางแผนไว้
• ใช้เงินแบบมีเหตุผล ทุกครั้งที่คนรวยจ่ายเงินออกไปจะต้องถามตัวเองเสมอว่า ทำไมเราต้องจ่าย เราจ่ายเงินก้อนนี้ไปเพื่ออะไร การถามตัวเองก็เพื่อให้ได้คำตอบที่มีเหตุผลรองรับการใช้เงินในแต่ละครั้งของเรา เช่น ทำไมเราต้องซื้อกระเป๋าใบนี้ คำตอบคือมันสวยถูกใจ ถามต่อ แล้วที่บ้านมีกระเป๋าแล้วกี่ใบ คำตอบคือ 5 ใบ ถามต่อ แล้วเราจำเป็นต้องซื้อเพิ่มอีกหรือไม่ คำตอบคือไม่ได้จำเป็นแต่อยากได้ ถามต่อ ใช้ใบอื่นไปก่อนได้ไหม คำตอบคือ ก็ได้นะ นี่คือการพยายามหาเหตุผลให้กับตัวเอง เราควรระงับการใช้เงินของเราไว้ก่อน หากเรายังหาเหตุผลดีดีสำหรับการใช้เงินในเรื่องนั้น ๆ ไม่ได้
• ใช้เงินแบบคุ้มค่า คนรวยส่วนใหญ่มักจะไม่มองข้ามค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นการจ่ายแบบน่าเสียดาย หรือจ่ายแล้วไม่ได้ได้อะไรตอบแทนกลับมา ยกตัวอย่างเช่น ค่าที่จอดรถ ขนาดอภิมหาเศรษฐีระดับโลกอย่าง บิล เกตต์ ยังเคยต้องเข้าประชุมสายมาแล้ว ด้วยเหตุผลในการวนรถเพื่อหาที่จอดรถที่ราคาถูกกว่า เพราะที่จอดรถใกล้ที่ประชุมนั้นแพงมาก คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ค่าใช้จ่ายนิด ๆ หน่อย ๆ ใครจะมาคอยนั่งคิดเรื่องพวกนี้ ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องของทัศนคติและความคิดในเรื่องของการใช้เงินที่นำไปสู่พฤติกรรมในการใช้เงินของคนรวย ที่พวกเขาจะไม่มองข้ามเรื่องเล็กน้อยอย่างค่าที่จอดรถ และใส่ใจในรายละเอียดทุก ๆ เรื่อง
• ใช้เงินแบบรู้ที่มาของเงิน คนรวยมักใส่ใจในรายละเอียดทั้งเรื่องที่มาและที่ไปของเงิน ทำให้คนรวยรู้สถานะการเงินของตัวเองอยู่ตลอดเวลา นิสัยของคนรวยข้อนี้เราสามารถนำมาเป็นแบบอย่างได้ โดยที่ก่อนใช้เงินทุกครั้งให้เราถามตัวเองก่อนว่าเงินที่เรากำลังจะจ่ายออกไปนี้มีที่มาจากไหน อ๋อ เป็น 5% ของเงินเก็บ หรือเป็น 10% ของรายได้เดือนที่ผ่าน หรือเป็นเงินของเดือนหน้า เราก็จะรู้ว่าเราสมควรใช้มันหรือไม่
• ใช้เงินเพื่อใช้ไม่ใช่เพื่อโชว์ คนรวยจะใช้เงินเพื่อซื้อสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ ไม่ซื้อสิ่งของที่ซื้อเพื่อใช้โชว์หรือใส่โชว์ ดังนั้นของที่คนรวยซื้อจะเน้นในเรื่องของการใช้งาน ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์เนมสุดหรู หรือเป็นของที่มีราคาแพง ใช้หรือสวมใส่แล้วทำให้ดูมีหน้ามีตาในสังคม แต่ในกระเป๋าไม่มีเงิน แบบนั้นไม่เอา คนที่ยอมรับคนอื่นเพียงเพราะข้าวของหรือเครื่องใช้ภายนอกที่เขาใช้หรือสวมใส่เป็นความฉาบฉวย อย่าลืมว่าคุณค่าของคนอยู่ที่ภายในจิตใจถ้าเราอยากให้คนอื่นยอมรับเรา
• ใช้เงินให้น้อยกว่าเก็บ สูตรลับของเศรษฐีก็คือต้องใช้เงินหลังจากที่แบ่งเงินเก็บไว้แล้ว เคล็ดลับของคนรวยส่วนใหญ่เขามักจะเก็บเงินมากกว่าใช้เงินกันด้วยนะ บางคนอาจเถียงว่าก็เพราะเงินของพวกเขามันมากเสียจนใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดเลยเหลือเก็บเยอะ นั่นก็อาจเป็นเหตุผลได้ เราไม่จำเป็นต้องเก็บเงินเท่ากับที่คนรวยเก็บก็ได้ แต่ก็ต้องเก็บให้มากและนำเงินไปลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทน เพื่อให้เงินทำงานสร้างรายได้ที่เราไม่ต้องออกแรงทำงานเหนื่อยด้วย เงินถ้าหาเท่าไหร่ก็ใช้หมด โอกาสรวยคงจะยากมาก
• ใช้เงินทำงานสร้างผลตอบแทน เงินต้องนำไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจึงจะรวยได้ การลงทุนมีหลายรูปแบบ มีทั้งลงทุนทำธุรกิจ ลงทุนในตราสารหนี้ ลงทุนในหุ้น ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คนรวยเลือกลงทุนในสิ่งที่ตนเองมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เพื่อให้เงินนั้นไปทำงานสร้างเงินให้มากขึ้นต่อ ๆ ไป เป็นการสร้างรายได้จากหลาย ๆ ทาง
• ใช้เงินซื้อทรัพย์สินสร้างมูลค่าเพิ่ม มีคนรวยระดับโลกหลายคนที่เลือกใช้รถยนต์ราคาไม่แพง หรือบางคนก็ไม่ซื้อรถก็มี ด้วยเหตุผลว่ารถยนต์เป็นทรัพย์สินที่ไม่น่าลงทุน เมื่อซื้อแล้วมูลค่าลดลงทันที ไม่มีโอกาสกำไรหรือสร้างผลตอบแทนอะไรเลย
• ใช้เงินเพื่อแบ่งปัน คนรวยส่วนใหญ่เมื่อมีเงินแล้วก็ไม่ลืมที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่น ๆ ในสังคมด้วย การแบ่งปันถือเป็นความดีที่ใครก็สามารถทำได้ เป็นการสะสมบุญ สะสมความดี ที่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เรามีเงินพอสมควร เราก็ไม่ควรลืมที่จะแบ่งปันให้กับคนที่เขาต้องการความช่วยเหลือ คนที่มีแล้วรู้จักแบ่งปันเท่านั้น จึงจะเรียกว่าเป็นคนรวยจริง
อ่านแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างคะกับเคล็ด (ไม่) ลับของคนรวยที่คุณก็มีโอกาสเป็นได้ จะว่ายากก็ยาก จะว่าไม่ยากมันก็ทำได้ค่ะ อย่าลืมนะ เงิน ถ้าเก็บ ลงทุน หรือใช้อย่างถูกวิธี เงินก็ยังเป็นเงินของเรา แต่ถ้าเราใช้โดยที่ไม่คิดหรือใช้อย่างไม่มีเหตุผล เงินก็จะไม่ได้กลายเป็นของเราอีกต่อไป มันจะหนีไปอยู่ในกระเป๋าของคนอื่นค่ะ

กรมศิลป์เตรียมสร้างพระเมรุมาศใหญ่เป็น2เท่าจากของเดิม

กรมศิลปากรขอใช้พื้นที่สนามหลวงเพิ่มในการสร้างพระเมรุมาศ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใหญ่เป็น 2 เท่า เพื่อให้สมพระเกียรติ

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างสำรวจขอบเขตการก่อสร้างพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายอนันต์ กล่าวว่า กรมศิลปากรได้ทำหนังสือขอใช้พื้นที่แจ้งไปยังกรุงเทพมหานครเพิ่มเติม เพื่อสร้างพระเมรุมาศ โดยมีความต้องการจะใช้พื้นที่ถนนกลางสนามหลวง ซึ่งเดิมเป็นจุดเคลื่อนแถวของประชาชนที่จะไปจุดพักคอยที่อยู่ตรงถนนหน้าพระธาตุ ซึ่งพระเมรุมาศที่จะสร้างในครั้งนี้ จะใหญ่กว่า 2 เท่า ของพระเมรุมาศในการสร้างแต่ละครั้งที่ผ่านมา เพื่อให้มีความสมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยเมื่อขอคืนพื้นที่แล้วจึงต้องทำเส้นทางใหม่ สำหรับการล้อมรั้วจะดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนมกราคม จากนั้นเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มดำเนินก่อสร้างพระเมรุมาศ เมื่อก่อสร้างไปสักระยะหนึ่ง จะมีพิธีบวงสรวงการก่อสร้าง และพิธียกเสาเอกพระเมรุมาศ ทั้งนี้จะเร่งก่อสร้างในส่วนโครงสร้างหลักๆ ให้แล้วเสร็จก่อนช่วงฤดูฝน เพราะอาจจะเป็นอุปสรรคในการทำงาน

ทหาร-ปกครองปทุมฯบุกจับบ่อนพบคนมีสีเป็นหุ้นส่วน

ทหาร ร.11 พัน 1 รอ. บุกทลายบ่อนการพนันไฮเทคใน ซ.เสือใหญ่ รวบนักพนันได้ 58 คน พร้อมของกลางเป็นโต๊ะบาคาร่า-ไฮโล ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว ขณะที่ตำรวจนอกเครื่องแบบกันนักข่าวบันทึกภาพ

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 8 มกราคม 2560 มีรายงานว่า ทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) กว่า 20 นาย เข้าจับกุมบ่อนการพนันรายใหญ่ ภายใน ซ.รัชดาภิเษก 36 (ซอยเสือใหญ่) แยก 19-1แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. หรือที่รู้จักกันในชื่อ บ่อนไฮโลไฮเทค ของ “เฮียตือ”

ทั้งนี้สามารถจับนักพนันได้ทั้งหมด 58 คน เป็นชาย 37 คน และหญิง 21 คน พร้อมของกลาง โต๊ะบาคาร่า 2 โต๊ะ ชุดไฮโล พร้อมอุปกรณ์การเล่น, คอมพิวเตอร์, แผ่นป้ายแนะนำสำหรับการเล่นราคาบอล ไฮโลกับคาบาร่า และเงินสดจำนวนหนึ่ง โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน มาควบคุมตัวนักพนันเพื่อไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทหารบุกบ่อนเสือใหญ่

พ.ต.อ. ณรัช มูลศาสตรสาทร ผกก.สน.พหลโยธิน ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุพร้อมเปิดเผยว่า จากการจับกุมนักพนันนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียดอุปกรณ์การเล่น และจำนวนเงินของกลาง ซึ่งต้องรอสอบปากคำผู้ต้องหาก่อนและคาดว่าน่าจะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน

นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะเจ้าหน้าที่ทหารเข้าทลายบ่อนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ทางผกก.สน.พหลโยธิน จึงเดินทางตามมาตรวจสอบ และขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เดินตามเข้าไปบันทึกภาพกลับมีชายคนหนึ่งที่คาดว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบได้ใช้มือปัดกระแทกกล้อง โดยไม่ยอมให้มีการบันทึกภาพก่อนจะผลักดันให้สื่อมวลชนออกไปจากห้องและปิดประตูทันที

CES 2017 : เปิดตัว AirBar เปลี่ยนหน้าจอ MacBook Air ให้เป็นทัชสกรีน

หลังจากปลายปี 2016 ที่ผ่านมา Apple ปรับโฉม MacBook รุ่นใหม่ด้วยการโละปุ่ม Function ดั้งเดิมทิ้ง แทนที่ด้วย Touch Bar แถบทัชสกรีนที่ตอบสนองการใช้งานที่หลากหลายพร้อมทำงานร่วมกับแอพฯ ต่างๆ ได้ แต่เทคโนโลยีใหม่อันทันสมัยที่ทยอยเปิดตัวในงาน CES 2017 มีนวัตกรรมชิ้นล่าสุดตัวหนึ่งที่ช่วยเสริมให้ MacBook สามารถใช้ทัชสกรีนได้เช่นกัน สิ่งนั้นเรียกว่า “AirBar”

“AirBar” ผลิตโดยบริษัท Neonode เป็นแถบแม่เหล็กอลูมิเนียมขัดเงาขนาดยาว เชื่อมต่อกับ MacBook ผ่าน USB-A และช่วยให้ผู้ช่วยสามารถโต้ตอบกับ MacBook ได้ทางหน้าจอด้วยการทัชสกรีน โดยผู้ใช้ไม่ต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ใดๆ มาเพิ่มเติม เพียงแค่ติด AirBar ท้ายหน้าจอและต่อสาย USB ซึ่งเทคโนโลยีที่ใช้ร่วมกับ AirBar เรียกว่า “zForce AIR” เป็นเทคโนโลยีภายใต้สิทธิบัตรของบริษัท Neonode ที่จะคอยส่งลำแสงที่มองไม่เห็นขึ้นไปบนหน้าจอ เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ ไม่ว่าจะด้วยมือเปล่าหรือสวมถุงมือ และแม้กระทั่งพู่กั

ผู้ใช้ที่ติดตั้ง AirBar จะสามารถทัชสกรีนบนหน้าจอได้ ไม่ว่าจะเป็นการ Swipe, เลื่อนขึ้น-ลง หรือการซูมเข้า-ออก เป็นต้น ทั้งนี้ในช่วงเริ่มแรก AirBar พัฒนาขึ้นเพื่อใช้กับ MacBook Air ขนาด 13.3 นิ้วเท่านั้น กำหนดราคาอยู่ที่ 99 ดอลลาร์สหรัฐ จะเริ่มขายผ่านทาง Amazon ในเดือนมีนาคม โดยสามารถ Pre-order ได้แล้วผ่านทางเว็บไซต์ของ Neonode

ชะลอก่อน! อนุกรรมการฯเบรกไทยเจ้าภาพจัด “โมโต จีพี”

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านการกีฬาของบอร์ดกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สั่งทบทวนโครงการ “โมโต จีพี” ในประเทศไทย เหตุเพราะใช้งบประมาณในการจัดที่สูงมาก แถมแผนงานยังไม่ชัดเจน ทำให้ตีเรื่องกลับไปยัง บอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทย อีกครั้ง ขณะที่ “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่า กกท. ยังมั่นใจจะได้การอนุมัติจากบอร์ดแน่นอน
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองด้านการกีฬาเป็นประธานประชุมคณะกรรมการฯ โดยมีวาระสำคัญเรื่องการพิจารณางบประมาณค่าลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี จำนวน 100 ล้านบาท

สำหรับการจัดการแข่งขัน โมโต จีพี ที่ไทยเราสนใจเป็นเจ้าภาพ จะใช้งบประมาณราว 374 ล้านบาท ต่อปี (สัญญา 3 ปี) ซึ่งจากการเจรจาล่าสุดหากลงตัวไทยจะได้จัดการแข่งขันในช่วง เดือน มี.ค. ปี ค.ศ.2018 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และหากได้รับการอนุมัติงบประมาณ ดังกล่าวจะสามารถเซ็นสัญญากับทาง “ดอร์น่า” ผู้ถือลิขสิทธิ์โมโต จีพี ได้ในช่วงเดือน เมษายนนี้ และสามารถเตรียมการจัดการแข่งขันได้ทันที
ด้าน นางสุปราณี คุปตาสา คณะกรรมการได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องของการใช้งบประมาณดังกล่าว โดยต้องการให้มีแนวทางในการของบประมาณเพื่อการจัดกีฬาอาชีพที่เป็นแบบแผนตามระเบียบมากกว่านี้ เนื่องจากจากต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และเสนอให้นำเรื่องนี้ขอความชัดเจนจากคณะกรรมการบริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ซึ่งมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน รับรองอีกครั้ง

ขณะที่ ศ.อรรถ นานา มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การจัดการแข่งขันโมโต จีพี อาจจะเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดไปยังประชาชน เพราะไทยเป็นประเทศที่มีอุบัติเหตุในการใช้จักรยานยนต์มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และการนำเสนอข้อมูลเป็นการมองแต่ในแง่ดีเท่านั้น ควรศึกษาข้อมูลด้านอื่นๆ ด้วย
“บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า กรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ายังไม่มีผู้รับจัดการแข่งขันนั้น อยากให้มองว่าตอนนี้จำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ก่อน จึงจะสามารถดำเนินการได้ แต่เพื่อความรอบคอบตามที่คณะอนุกรรมการตั้งข้อสังเกต จึงจะนำเรื่องนี้กลับไปยังบอร์ดกกท.อีกครั้ง ส่วนตัวมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหา และจะสามารถดำเนินการได้ทันก่อนการเซ็นสัญญา เม.ย.นี้ แต่หากไม่ทันก็คงต้องรอไปอีกปี ค.ศ.2019 หรือ ค.ศ.2020 เลยทีเดียว

CES 2017 : Lenovo เปิดตัว แว่นตา Holographic VR

เริ่มต้นอีกครั้งสำหรับงาน CES 2017 (Consumer Electronics Show) หรืองานแสดงเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ลาส เวกัส, เนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 มกราคม 2017 ภายในงานจะเป็นการรวบรวมผู้ผลิต, นักพัฒนา ตลอดจนซัพพลายเออร์จากทั่วทุกมุมโลก มานำเสนออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในหลายรูปแบบ นวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถสร้างประโยชน์ต่อผู้บริโภคและวงการธุรกิจหลากหลายแขนงได้ รวมไปถึงยังสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมไอทีตลอดทั้งปีด้วย

ในงาน CES 2017 ทาง Lenovo ใช้โอกาสนี้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “แว่นตา Holographic VR” ตัวแรกของบริษัท ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังคงเป็นต้นแบบ แต่ข้อมูลเบื้องต้นเปิดเผยว่าแพลตฟอร์ม Windows Holographic มีน้ำหนักเพียง 350 กรัม เบาและเล็กกว่า Oculus Rift และ HTC Vive โดย Lenovo กล่าวว่า การออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจาก PlayStation VR เน้นความสวยงาม สะดวกสบายขณะสวมใส่ มีกล้องติดอยู่ด้านหน้าสองตัว ทำงานได้ในแบบ Mixed-reality หรือการผสานโลกเสมือนจริงเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงนั่นเอง

นอกจากนี้ทุกแอพพลิชั่นใน Windows Store จะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว ส่วนการวางขายจริงยังไม่มีกำหนดในปีนี้ แต่คาดว่าราคาอาจอยู่ที่ประมาณ 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,750 บาท