หมาวัดคาบกะโหลกมนุษย์แทะเล่น พระเชื่อวิญญาณดลใจหวังช่วยตามหาญาติ

เจ้าหมอก หมาเลี้ยงในวัดเมืองหนองบัวลำภู คาบหัวกะโหลกมนุษย์นอนแทะเล่น พระเห็นตกใจรีบแจ้งเจ้าอาวาส ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบผู้ตาย

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ร.ต.อ.ไพโรจน์ คำมะตักศิลา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองหนองบัวลำภู ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองหนองบัวลำภู ได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุลำภูว่า มีพระที่วัดดอยเทพสมบูรณ์ บ้านภูพานทอง ต.หนองบัว อ.เมืองหนองบัวลำภู ได้พบสุนัขในวัดคาบหัวกะโหลกมนุษย์มานอนแทะบริเวณวัด จึงได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ

หลังได้รับแจ้ง จึงได้ร่วมกับ ชุดสืบสวน สภ.เมืองหอนงบัวลำภู กู้ภัยคุณธรรม เดินทางไปตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุ โดยมีพระครูธีระธรรมาภิรักษ์ หรือพระอาจารย์โมกข์ เจ้าอาวาสพาไปยังบริเวณที่สุนัขได้คาบหัวกะโหลกมากัดแทะ ที่บริเวณโรงจอดรถของทางวัด

ซึ่งสุนัขตัวดังกล่าวเป็นสุนัขที่ทางวัดเลี้ยงไว้ ชื่อว่า เจ้าหมอก เป็นตัวที่คาบหัวกะโหลกมาภายในวัด พบว่าหัวกะโหลกดังกล่าววางอยู่ที่พื้นซีเมนต์ มีขนาดเส้นรอบหัว ประมาณ 50 ซม. มีฟันกรามติดอยู่ทั้งฟันบน ฟันล่าง และมีเศษหนังศีรษะเส้นผมแห้งติดอยู่น่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน

จากการสอบถาม พระชูศักดิ์ สันตะมะโน พระลูกวัด ผู้พบหัวกะโหลกคนแรกเล่าว่า ขณะที่เดินลงมาจากกุฏิเพื่อมาฉันกาแฟ มาถึงบริเวณโรงจอดรถ พบสุนัขชื่อเจ้าหมอกกำลังกัดแทะหัวกะโหลกอยู่ เมื่อดูแล้วเห็นว่าเป็นกะโหลกคน จึงได้แจ้งให้ทางเจ้าอาวาสทราบ

และเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ได้ยินเสียงหมาเห่าหอนกันมากกว่าปกติ ตอนเช้าก็มาพบหัวกะโหลก ที่เจ้าหมอกคาบมาพอดีคาดว่า วิญญาณของผู้เสียชีวิตอยากจะขอให้ทางวัดไปตามหาญาติให้ก็เป็นได้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตระเวนเดินสำรวจภายในวัด ซึ่งวัดดอยเทพสมบูรณ์แห่งนี้ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานน้อย มีสภาพเป็นป่าแต่ก็พบว่า มีร่างของผู้เสียชีวิตในบริเวณใกล้เคียงของวัด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบหาผู้ที่สูญหายหรืออาจจะมีญาติผู้สูญหายมาแจ้งความเพื่อสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิตของกะโหลก ดังกล่าวว่าเป็นใครอีกครั้งหนึ่ง

พรานนักล่าปลานครพนมนับพันลงแขกจับปลาคึก

พรานนักล่าปลานับพัน แห่ลงแขกจับปลาคึกคัก ที่บ.ดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม

จ.นครพนม ได้มีพรานล่าปลานำอุปกรณ์นานาชนิดมาลงแขกจับปลา หรือชาวอีสานเรียก “ผ่าปลา” ในหนองน้ำสาธารณะพื้นที่ ต.หนองญาติ ส่งผลให้บริเวณเนื้อที่ 200 ไร่ เต็มไปด้วยรถยนต์ รถอีแต๋น รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จักรยานยนต์ล้อพ่วงท้าย ตลอดจนร้านขายส้มตำไป่ย่าง และขายเครื่องดื่ม มาเร่คึกคัก ที่ บ.ดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง ปรากฏว่ามีเซียนล่าปลาจากอำเภอใกล้เคียงและต่างจังหวัด กว่า 1,000 คน แห่มาจนบริเวณดังกล่าวแน่นขนัด นายสุนทร ผูนา ผู้ใหญ่บ้าน บ.ดงโชค กล่าวว่า ได้เปิดให้ประชาชนมาลงแขกผ่าปลา ในหนองหมากขุ่น หนองน้ำธรรมชาติ เนื้อที่กว่า 200 ไร่ มีสระน้ำรวม 3 แห่ง ความยาว 250 เมตร กว้าง 130 เมตร เนื้อที่ 20 ไร่เศษ อยู่ติดกับห้วยบังกอที่จะไหลลงสู่แม่น้ำโขงในฤดูน้ำหลาก มีพันธุ์ปลาน้อยใหญ่ว่ายทวนน้ำขึ้นมาวางไข่ หลังระดับน้ำลดในฤดูแล้ง จึงประกาศข่าวทางสถานีวิทยุฯ พบว่ามีชาวบ้านนำอุปกรณ์ อาทิ แห ยอ สวิง ห่วงยาง พร้อมเรือกีบ บรรทุกใส่ท้ายรถมาจับปลาจากอำเภอใกล้เคียง และจากต่างจังหวัดคึกคัก

ผู้ใหญ่บ้าน บ.ดงโชค กล่าวต่อไปว่า โดยจะเก็บค่าตั๋ว เป็นค่าแหใหญ่พร้อมเรือคนละ 100 บาท แหเล็ก ยอ ห่วงยาง คน 50 บาท เพื่อนำเงินเข้าหมู่บ้านไปพัฒนากิจกรรมสาธารณะประโยชน์ในหมู่บ้านต่อไป ซึ่งในวันนี้สามารถเก็บเงินได้ 13,000 บาท ส่วนวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา เปิดให้ผ่าปลาไปก่อนนี้ได้เงิน 7,000 บาท รวม 2 ครั้งเก็บได้ 20,000 บาท ซึ่งพบว่ามีพรานปลาจาก อ.นาหว้า อ.นาแก อ.ธาตุพนม อ.เมือง และจาก อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ที่ทราบข่าวแห่มาจับปลาซึ่งมีน้ำลึกแค่ 1 เมตร ส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว เมื่อได้ปลาตัวเล็กก็จะปิ้ง ต้ม กินริมหนองน้ำ ส่วนปลาตัวใหญ่ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อไปประกอบอาหารขายอีกทอด โดยมานักล่าปลาเดินมางไกลสุดมาจาก จ.กาฬสินธุ์ และ จ.ร้อยเอ็ด

สุรินทร์จัดโครงการคนลูกโลกสีเขียวภาคอีสาน

เมืองช้างจัดโครงการ “สานพลังเครือข่ายเยาวชน คนลูกโลกสีเขียว ภาคอีสาน” ครั้งที่ 3 ตอน “ตุ้มโฮม ลูกหลานอีสาน ฮัก ดิน น้ำ ป่า”

ที่โรงเรียนบ้านกันตรง ต.บึง อ.เขวาสินรินทร์ สุรินทร์ คณะกรรมการรางวัลลูกโลกสีเขียว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นำโดย รศ.ดร.บุญยงค์ เกศเทศ ประธานคณะกรรมการ “รางวัลลูกโลกสีเขียว ภาคอีสาน”และคณะ ได้นำกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ต่างๆในภาคอีสาน กว่า 150 คน กลุ่มเยาวชนที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว จำนวน 7กลุ่ม และกลุ่มเยาวชนเครือข่ายลูกโลกสีเขียว (ที่เคยผ่านการกลั่นกรองระดับภาคอีสาน) จำนวน3 กลุ่ม รวม 10 กลุ่ม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเปิดโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ องค์ความรู้ ประสบการณ์ ในงานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายกลุ่มเยาวชนลูกสีเขียว ให้เป็นเครือข่ายทางด้านแนวคิด อุดมการณ์ องค์ความรู้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในภาคอีสาน โดยมีนายพิณี หาสุข ผู้อำนวยการที่โรงเรียนบ้านกันตรง และชาวบ้าน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

กิจกรรมโครงการ จัดค่ายเยาวชน “สานพลังเครือข่ายเยาวชน คนลูกโลกสีเขียว ภาคอีสาน” ตอน “ตุ้มโฮม ลูกหลานอีสาน ฮัก ดิน นำ ป่า” ระยะเวลาในการดำเนินการ 2 วัน 1 คืน ระหว่างวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2560 เนื้อหากิจกรรมประกอบไปด้วย 1.กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมค่าย 2.กิจกรรมถอดบทเรียนผลการดำเนินงานในระดับพื้นที่ และนำเสนอบทเรียนการทำงาน-และกิจกรรมฐานการเรียนรู้และนิทรรศการต่างๆ จำนวน 5 ฐาน ประกอบด้วย 1.กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากปราชญ์ชาวบ้าน 2.กิจกรรมการแสดงออกของกลุ่มเยาวชนลูกโลกสีเขียว 3.กิจกรรมการออกแบบงานเครือข่าย โครงสร้าง กลไกการทำงาน ระบบสื่อสาร การประสานงาน 4.กิจกรรมการสู่ขวัญ / ผูกข้อต่อแขนให้กับเยาวชนทุกคน 5.กิจกรรมประกาศเจตนารมณ์ เครือข่ายเยาวชนลูกโลกสีเขียว

ไฟไหม้บ่อขยะกบินทร์คุมได้90%คาดคืนนี้ดับสนิท

คืบหน้าไฟไหม้บ่อทิ้งขยะเทศบาลตำบลกบินทร์ ควบคุมเพลิงได้แล้วกว่า 90% ขณะ นอภ.แจง คืนนี้คาดดับได้สนิท

นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้บ่อทิ้งขยะของเทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี ที่หมู่บ้านคลองกลาง หมู่ 11 ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ว่า จากที่เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้บ่อทิ้งขยะของเทศบาลตำกบินทร์ รวม 2 บ่อในพื้นที่ จำนวน 17 ไร่เศษ ตั้งแต่ช่วงกลางวันนั้น ได้ระดมรถดับเพลิงจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ในพื้นที่ใกล้เคียง รวม จำนวน 10 คันเข้ามาฉีดน้ำดับเพลิงที่ลุกไหม้ขยะที่ถมทับซ้อนกันหนากว่า 4 เมตรเศษ โดยใช้รถแบ็คโฮรวมจำนวน 4 คัน โกยตักขยะด้านล่างขึ้นมาแล้วระดมฉีดน้ำให้เพลิงที่ครุอยู่ดับสนิท พบว่าสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้เกือบทั้งหมดกว่าร้อยละ 90 ของพื้นที่ในขณะนี้ คาดว่าในช่วงดึกคืนนี้จะสามารถควบคุมเพลิงให้ดับสนิทได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ ยังตั้งศูนย์อำนวยการดับเพลิง และบริการประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากกลิ่น-ควันไฟในการเตรียมรถฉุกเฉินรวม 3 คัน รถกู้ชีพรวม 10 คัน พร้อมเจ้าหน้าแพทย์ – พยาบาล และสาธารณสุข ในการดุแลผลกระทบด้านสุขภาพประชาชน ในการที่จะอพยพหากมีกลุ่มควันครุขึ้นมา และชาวบ้าน ไม่ยอมอพยพ เนื่องจากควันไฟ – กลิ่นเริ่มเบาบาง

มิว เล็งอัพไซส์!! หลังถูกถ่ายภาพจุกหลุดแต่แบนเวอร์

21

ไปร่วมเดินแบบให้กับนักปั้นมือทอง “เอ ศุภชัย” แต่นางเอกสาว “มิว ลักษณ์นารา” เกิดประสบปัญหาโชว์เต้นบัลเล่ต์กลางเวทีแล้วชุดเกาะอกที่ใส่ไหลลงมาจนเห็นซิลิโคนที่แปะอยู่ด้านใน จนถูกแชะภาพออกมาว่อนทั่วโลกโซเชียล

ล่าสุดมีโอกาสได้เจอ มิว ลักษณ์นารา จึงไม่พลาดที่จะสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น โดยเจ้าตัวยอมรับผิดว่าเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของตัวเองที่เซฟไม่ดีเอง พร้อมยอมรับเห็นภาพแล้วแอบเสียเซลฟ์เพราะเธอเป็นคนไม่มีหน้าอก จึงแพลนปรึกษาหมอและเคลียร์คิวขึ้นเขียงอัพไซส์ทันที

ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น?
“มันเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของตัวมิวเองเลยค่ะ คือตอนลองชุดตอนแรกมันพอดีเพราะตอนลองใส่ยกทรงปกติ แต่พอจะขึ้นแสดงก็เปลี่ยนเป็นผ้าอีกตัวที่มันลื่นๆ บวกกับซับในที่มันก็ลื่นด้วย”

ตอนอยู่บนเวทีเรารู้สึกตัวไหมว่าผ้าไหลลงมาแล้ว?
“ไม่รู้เลยค่ะ เล่นจนเสร็จพอเข้าไปข้างหลังเวทีพวกพี่สไตล์ลิสมาบอกว่า มิวหนูทำอะไรลงไปลูก หนูก็งงว่าหนูทำอะไรเหรอคะ เพราะยังไม่รู้เรื่องเลย”

เห็นภาพแล้วหรือยัง?
“เห็นแล้วๆ ก็ตลกอ่ะ มันไม่ได้ช็อก แต่ตกใจว่าเราไม่มีขนาดนี้เลยเหรอ ขนาดโดนแอบถ่ายยังไม่เห็นมีอะไรเลย ตลกดี (หัวเราะ)”

เราไม่ได้ซีเรียสใช่ไหม?
“ไม่ค่ะ คือต้องบอกก่อนเลยว่ามิวเป็นคนรู้ตัวเองดีอยู่แล้วว่าไม่มีหน้าอก การแปะซิลิโคลก็เป็นเรื่องดีแล้ว เห็นซิลิโคลยังดีกว่าของจริงนะ”

เสียเซล์ฟไหม?
“ก็มีนิดนึงค่ะ อย่างที่บอกมันเป็นความรู้สึกที่พอเห็นแล้วมันไม่มีจริงๆ เหรอ ขนาดชุดยังหลุดเลย ทั้งๆ ที่วัดมาพอดีกับตัวมิวแล้วแท้ๆ ยังหลุดได้”

ต่อไปเราต้องเซฟตัวเองเพิ่มขึ้นยังไงบ้าง?
“จะเซฟยังไงเหรอคะ ก็ทำเลย จบ (หัวเราะ) ไปอัพเลย จะได้รู้เรื่องรู้ราวกันไป”

แสดงว่ามีแพลนจะไปอัพไซส์เพิ่ม?
“จริงๆ แอบคิดนะ พอวันนั้นไดเห็นภาพแล้วรู้สึกว่าถ้าไม่มีขนาดนี้ก็ไปทำดีกว่าไหมมิว ทำเหอะจะได้จบๆ ซึ่งผู้ใหญ่หลายคนก็บอกเหมือนกันว่าไปทำก็ดี เวลาใส่ชุดมันไม่มีเลยจริงๆ ถ้าไปทำมาใส่ชุดอะไรจะได้ดูสวยขึ้น”

เราได้ปรึกษาครอบครัวหรือยัง?
“ก็ได้ปรึกษาคุณแม่แล้วค่ะ ถามว่าถ้าไปทำหน้าอกจะเป็นอะไรไหม คุณแม่ก็บอกยังจะไปทำอีกเหรอ เพราะท่านไม่ค่อยชอบให้ยุ่งอะไรแบบนี้ แต่เราว่าก็คงต้องทำแหละเพราะไปหาแนวร่วมสุดฤทธิ์ พยายามไปถามคนนู้นคนนี้ มีแต่คนบอกว่าไปทำเถอะ แต่มิวก็คงต้องขอศึกษาก่อน อาจไม่ทำใหญ่มาก เอาแค่ให้พอดี”

คิดไว้ไหมจะไปทำเมื่อไหร่?
“ก็คงเอาให้หมดช่วงเรียน และช่วงถ่ายละครไปก่อนค่ะ เพราะตอนนี้ยังถ่ายละครอยู่”

เพราะเหตุการณ์นี้เลยทำให้เราตัดสินใจอัพไซส์ง่ายขึ้นกว่าเดิมไหม?
“ก็คงง่ายขึ้นนะคะ ตอนแรกบอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ได้อยากจะทำ เพราะชอบหน้าอกเล็กๆ ของตัวเอง เวลาใส่ชุดอะไรก็ดูไม่โป๊ แต่พอมาคำนึงถึงตัวเองที่ต้องอยู่ในวงการ ชุดที่เป็นเกาะอกก็เยอะ ถ้ามีไว้ก็ดีกว่า”

กลัวว่าทำแล้วจะเกิดเอฟเฟคกับตัวเราไหม?
“เรื่องไม่ธรรมชาติเหรอ ก็อย่างที่บอกค่ะต้องใช้เวลาศึกษา ของปรึกษาแพทย์ก่อนให้เป็นเรื่องเป็นราว”

ทำมาแล้วจะเปลี่ยนแนวเป็นสาวเซ็กซี่เลยไหม?
“อย่างที่บอกหนูคงทำไม่เยอะหรอกค่ะ ทำให้มันพอดีกับตัวเอง ส่วนจะเซ็กซี่ไหมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ก็ตามวัยไปเรื่อยๆ เนอะ”

แปลกไม่ซ้ำใคร ที่พัทยามีแพะเฝ้าหน้าร้านสะดวกซื้อ

ฮือฮา! หน้าร้านสะดวกซื้อที่อื่นมีน้องหมา แต่ที่พัทยามีแพะเฝ้าหน้าร้าน สร้างความฮือฮาให้นักท่องเที่ยว เผยเป็นแพะในซอยเขาตาโลแต่มานอนหน้าร้านทุกวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่จะมีเจ้าสุนัขมานอนหน้าร้านปากประตูทางเข้าเพราะต้องการมารับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่ที่สาขา 5275 The Mountain เขาตาโล เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กลับมีแพะตัวขนาดใหญ่นอนเฝ้าหน้าร้านสร้างความฮือฮาต่อผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก

จากการตรวจสอบพบเจ้าแพะขนาดใหญ่ สีน้ำตาลเข้ม นอนเฝ้าอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อดังกล่าวอย่างสบายใจ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวและลูกค้าที่มาใช้บริการในร้าน ทั้งนี้แพะตัวดังกล่าวมีลักษณะนิสัยที่ค่อนข้างเชื่อง และเป็นมิตรกับคน ทราบชื่อเจ้าแพะตัวดังกล่าวว่า “เจ้าโบ้”
สอบถามชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้น เล่าว่า เจ้าโบ้เป็นแพะที่ถูกเลี้ยงไว้ของชาวบ้านที่เป็นชาวมุสลิมในซอยเขาตาโล แต่จะมีนิสัยแปลกกว่าตัวอื่น ซึ่งไม่ตื่นคน โดยแต่ละวันเจ้าโบ้จะมานอนรับแอร์อยู่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งนี้เป็นประจำทุกวัน จนกลายเป็นภาพที่ชินตาของชาวบ้าน แต่สำหรับชาวต่างชาติถือได้ว่าเป็นเรื่องฮือฮาไม่น้อย

ตร.คุมม็อบต้านโรงไฟฟ้าไปสอบที่191

ตำรวจคุมตัวมวลชลต้านโรงไฟฟ้า ไปสอบสวนที่ 191 อีกประมาณ 7 คน ขณะยังมีบางส่วนชุมนุมต่อเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ประมาณ 100 คน

บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มเครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ บริเวณสำนักงาน ก.พ. ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุนและเชิญตัวกลุ่มผู้ชุมนุมที่เหลืออยู่ประมาณ 7 – 8 คน ขึ้นรถตู้ เพื่อไปสอบปากคำและซักประวัติ ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ถนนวิภาวดี โดยภายหลังการซักประวัติผู้ชุมนุมเรียบร้อยหากผู้ใดมีความประสงค์ต้องการกลับภูมิลำเนา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เตรียมรถเพื่อส่งตัวผู้ชุมนุมกลับภูมิลำเนาทันที ซึ่งหากผู้ชุมนุมไม่ยินยอมกลับ ก็จะนำขึ้นศาลเพ่งในวันที่ 20 ก.พ. นี้

ขณะเดียวกัน ที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ก็ยังคงมีกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ประมาณ 100 คน ปักหลักชุมนุมอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยังคงตรึงกำลังอยู่ที่บริเวณแผงเหล็ก เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาบริเวณพื้นที่ควบคุมอย่างไรก็ตาม คาดว่า การปิดกั้นพื้นที่ตั้งแต่สะพานชมัยมรุเชฐ ถึง แยกมิสกวัน จะสามารถเปิดใช้เส้นทางตามปกติ ในวันพรุ่งนี้ (19 ก.พ.) หรือจนกว่าสถานการณ์จะสงบลง

เครือข่ายนักวิชาการชี้จับแกนต้านถ่านหินละเมิดสิทธิ

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคม ระบุ การจับกุมแกนนำต้านถ่านหิน เป็นการละเมิดต่อสิทธิขั้นพื้นฐาน และเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งอารยะ และมนุษยธรรม

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1/2560 มีใจความที่น่าสนใจตอนหนึ่งว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืน คือ การรักษาสมดุลระหว่างการรักษาสิ่งแวดล้อม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเคารพถึงเจตจำนงของผู้ได้รับผลกระทบ ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง แม้ว่าภาครัฐได้มีความพยายามในการยืนยันข้อเท็จจริงว่า การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งถือเป็นโครงการขนาดใหญ่จะนำประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงทางด้านพลังงาน อย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม จากบทเรียนในอดีตทั้งในต่างประเทศและประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ดังนั้น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ถือว่าเป็นโครงการที่สอดคล้องต่อหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามที่รัฐบาลกล่าวอ้างจริงหรือมั่ว (นิ่ม)

นอกจากนี้แล้ว สิทธิของประชาชนในการออกมาเรียกร้อง หรือต่อต้านการกระทำที่ถือว่าอยุติธรรมโดยผู้ปกครองรัฐผ่านการชุมชุมโดยสงบ เปิดเผย และปราศจากอาวุธนั้น ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการเคารพ และรับรองจากทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายภายในของรัฐ ที่ได้ชื่อว่ามีอารยะ ด้วยเหตุนี้ การที่รัฐกระทำในลักษณะที่เป็นการจำกัดขัดขวางการชุมชนด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การปิดตึกไม่ให้ประชาชนเข้าไปใช้ห้องน้ำในทำเนียบรัฐบาล และการไม่จัดรถสุขาเคลื่อนที่มาให้บริการ รวมถึงการจับกุมแกนนำเพื่อกดดันให้ประชาชนสลายการชุมนุม จึงถือว่าเป็นการละเมิดต่อสิทธิขั้นพื้นฐาน และเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งอารยะ และมนุษยธรรม

แค่ 10 วินาที มือสังหารสาว ปลิดชีพ! “คิม จองนัม” พี่ชายผู้นำโสมแดง

สื่อเกาหลีรายงานอ้างอิงการข่าวมาเลเซีย ระบุว่า นายคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของ นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ถูกฆาตกรรมที่สนามบินกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ขณะกำลังเดินทางไปมาเก๊า โดยเขาถูกคนร้ายใช้ผ้าเช็ดหน้าโปะเข้าที่ใบหน้าประมาณ 10 วินาที

ซึ่งคาดว่าที่ผ้าเช็ดหน้านั้นมี “ยาพิษ” อยู่ และหลังจากก่อเหตุคนร้ายได้ขี้นรถแท็กซี่หลบหนีไป ด้านเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวนายจองนัมส่งโรงพยาบาล แต่เขาได้เสียชีวิตระหว่างทาง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเลเซียสันนิษฐานว่า เกาหลีเหนือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมครั้งนี้ โดยจากการสอบสวนพบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 4 คน ขณะนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 3 คน เป็นชาย 1 คน ถือพาสปอร์ตมาเลเซีย หญิงเวียดนาม 2 คน หนึ่งในนั้นถือพาสปอร์ตอินโดนีเซีย

เคน ชิวๆ ควง เอสเธอร์ สวีทวันวาเลนไทน์ แต่มีแม่ร่วมดินเนอร์ด้วย

กลายเป็นคู่รักที่ต้องมีคุณแม่ไปไหนมาไหนด้วยตลอด สำหรับ “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” กับหวานใจหนุ่ม “เคน ภูภูมิ” เพราะล่าสุดวันวาเลนไทน์ที่ใครๆ ต่างก็อยากจะสวีทกับแฟนสองต่อสอง แต่ตรงข้ามกับคู่นี้ที่พาคุณแม่ไปร่วมโต๊ะอาหารอินเนอร์บนตึกสูงด้วย จนทำเอาหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า ฝ่ายหญิงจะพาคุณแม่ไปด้วยทำไม??

งานนี้ เคน ภูภูมิ ได้ออกมาชี้แจงโดยเจ้าตัวได้เผยว่า วันวาเลนไทน์คือวันที่แสดงความรัก ไม่ใช่แค่วันของคนสองคนเท่านั้น ตนจึงไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องแปลกอะไร

วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาควงเอสเธอร์ไปทานข้าวสวีทแค่ไหน?
“ไม่ได้สวีทอะไรมาก ทานข้าวกันปกติ มีดอกไม้และการ์ดให้น้อง ส่วนน้องทำเป็นสมุดภาพที่เราไปเที่ยวด้วยกัน รูปวิวสวยๆ แล้วก็เขียนข้อความตลกๆ นิดหน่อย เซอร์ไพรส์เหมือนกัน ไม่รู้เขาเอาเวลาไหนไปทำ”

วาเลนไทน์แรกตื่นเต้นขนาดไหน?
“ไม่ได้ตื่นเต้นมาก แค่รู้สึกแปลกๆ(เขิน) ก็ดีครับ ทุกอย่างโอเค”

เห็นว่าวันนั้นแม่น้องไปด้วย?
“ใช่ครับ รูปที่เห็นคือคุณแม่เป็นคนถ่ายให้”

แม่ว่าอย่างไรบ้าง?
“ไม่ได้ว่าอะไร จริงๆ เป็นเรื่องปกติ คนอื่นอาจจะคิดว่า โห ไปกับแม่เหรอ แต่สำหรับเราถือเป็นการใช้ชีวิตตามปกติ ใช้ชีวิตแบบนี้กันมาตลอด อยู่กับแม่ อยู่ด้วยกัน ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย”

หลายคนมองว่าวันนั้นน่าจะเป็นวันที่ไปสวีทกันสองคน แต่ที่แม่ไปด้วย เป็นเพราะเขาหวงหรือเปล่า?
“ไม่เกี่ยวครับ วาเลนไทน์เป็นวันสำหรับทุกๆ คน มอบความรักให้ทุกๆ คน ไปทานข้าวเราก็อยากให้เขามีความสุขไปด้วยกัน”

ตอนนี้เวลาไปไหนมาไหนต้องขออนุญาตแม่น้องอยู่ไหม?
“เอาไปด้วยเลยครับ ไม่ต้องขอ(หัวเราะ) คือเป็นชีวิตประจำวันไปแล้วว่าถ้าเราอยากไปทานข้าวหรือไปไหน ก็พาแม่ไปด้วย แม่ยังวัยรุ่นอยู่ ไปไหนก็ได้สบายๆ”

น้องมีโอกาสได้เจอแม่เราบ้างไหม?
“เจอครับ ก็ดีนะ ส่วนใหญ่ทานข้าวกัน”

ฝากฝังทั้งสองครอบครัวยัง?
“ยังครับ ไปเรื่อยๆ อยู่กับผู้ใหญ่ด้วยก็สบายๆ”

วันนี้น้องมาออกอีเว้นท์ด้วย?
“ครับ ก็ให้กำลังใจกันไป เสร็จงานแล้วเดี๋ยวไปทานข้าวกัน ตอนมาทำงานก็มาถึงไล่ๆ กัน ตอนนี้น้องน่าจะกำลังเตรียมตัวทำงาน”

ดูเหมือนเขิน หน้าแดงเลย?
“(ยิ้ม)จริงเหรอ ก็เขินครับ”

วันนี้น้องต้องตอบคำถามเขาปรึกษาเรายังไงบ้าง?
“ไม่ได้ปรึกษาอะไร น้องมีคำตอบของน้องอยู่แล้ว”