พ่อเมืองเพชรบูรณ์เยี่ยมนทท.เหยื่อสองแถวตกเขา

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์รุดเยี่ยมเด็กหญิง นทท.เหยื่ออุบัติเหตุรถสองแถวท่องเที่ยวตกเขา ย้ำสัปดาห์หน้าเตรียมประชุมจัดระเบียบ

ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเพชรบูรณ์ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมนางอังคณา หัตถกิตโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ได้เข้าเยี่ยม”น้องแกรน” ด.ญ.กนกนุช อุบลธานี อายุ 3 ปีเศษ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถสองแถวท่องเที่ยวตกเขาภูทับเบิก กระดูกต้นขาซ้ายหักจนต้องเข้าเผือกไว้ ปัจจุบันพักอยู่ที่บ้านพักเด็กดังกล่าวพร้อมน้องสาว ด.ญ.ชญานิษฐ์ อุบลธานี “น้องเกรซ” อายุ 2 ปีเศษ โดยมีนางวัฒนา สว่างเนตร อายุ 49 ปีคุณยายช่วยดูแลเด็กทั้งสอง เนื่องจากนางสุภาพร สว่างเนตร อายุ 23 ปีมารดาของเด็กทั้งสองยังนอนพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์

โดยนางสายอรุณ ศรีจินดา หัวหน้าบ้านพักเด็กฯระบุว่า ระหว่างที่เด็กพักอาศัยอยู่ที่บ้านพัก จะมีนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา คอยจัดกิจการฟื้นฟูเป็นระยะๆ ประกอบกับมีคุณยายมาช่วยดูแลในภายหลัง ส่งผลให้เด็กมีสภาพจิตใจดีขึ้นตามลำดับ ในขณะที่นายพิบูลย์ถึงกับคลายความวิตกกังวลหลังเห็นสภาพจิตใจของเด็กทั้งสองซึ่งมีอารมณ์แจ่มใสและยังอยู่ที่บ้านพักตีอไปอีกกว่า 1 เดือนจนกว่าน้องแกรนจะถอดเผือกออก และยังระบุถึงการเดินหน้าจัดระเบียบรถสองแถวท่องเที่ยวต่อไป โดยในสัปดาห์หน้ามีการจัดประชุมคณะกรรมการเพื่อให้รถเหล่านี้ต้องเข้าสู่ระบบให้หมด และในฤดูกาลท่องเที่ยวในปลายปีนี้รถบริการท่องเที่ยวเหล่านี้ต้องสู่ระบบถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด

3ผู้เสียหายร้องป.ถูกหลอกปล่อยเงินกู้แล้วเชิดหนี

แม่บ้าน พร้อมผู้เสียหาย 3 รายร้องกองปราบถูกหลอกปล่อยเงินกู้ผ่านเฟสบุ๊ค อ้างจะได้ดอกเบี้ยคืน20% เสียหาย20รายกว่า 15 ล้านบาท

น.ส.วรรณวิมล มณีรัตนาพฤกษ์ อายุ 40 ปี อาชีพแม่บ้าน และผู้เสียหาย 3 ราย พร้อมด้วย น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือทนายนิด้า ทนายความ เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน กองปราบปราม ดำเนินคดี กับ นางสาวส้ม ผู้ต้องหา ในคดี ฉ้อโกงประชาชนโดยนำสลิปโอนเงินธนาคาร และเอกสารการติดต่อกันผ่านทางเฟซบุ๊กระหว่างผู้เสียหายกับ น.ส.อัมพร มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

น.ส.วรรณวิมล กล่าวว่า ช่วงเดือนกันยายน 2559 ได้รู้จักกับ น.ส.ส้ม ผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่ง น.ส.ส้ม อ้างว่าตัวเองทำธุรกิจหลายอย่าง ต้องการขอกู้ยืมเงินจากตนโดยเสนอที่จะให้ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยร้อยละ 20 สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ และคืนเงินให้ในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 5-7 วัน จึงสนใจให้ น.ส.ส้ม กู้เงินไปเป็นจำนวน 1 แสนบาท ซึ่งสัปดาห์ถัดมา ก็ได้เงินคืนเป็นจำนวน 1.2 แสนบาท เมื่อเห็นว่าได้ดอกเบี้ยจริง และได้อัตราสูงตามที่กล่าวอ้าง จึงให้กู้เงินเพิ่มไปอีก โดยให้กู้เรื่อยมา กระทั่งประมาณปลายปี 2559 ก็เริ่มได้รับเงินค่าตอบแทนคืนไม่ครบตามที่ตกลงกัน จนที่สุดก็ไม่ได้รับเงินคืนเลย

น.ส.วรรณวิมล กล่าวต่อว่า ได้นำเงินไปให้ น.ส.ส้ม กู้ยืมรวมแล้วประมาณ 8 ล้านบาท มีการคืนเงินมาประมาณ 7 ล้านบาท แต่ส่วนที่เหลือยังไม่ได้รับคืน เมื่อทวงถามไป น.ส.ส้ม ก็จะอ้างว่ายังติดขัดปัญหาในการหมุนเงินจะพยายามเร่งคืนเงินให้ครบ โดยมีข้อเสนอให้ทำสัญญากู้ยืมเงินต่อกันเอาไว้ แต่ในที่สุดจากที่เคยติดต่อได้ ภายหลังก็ติดต่อไม่ได้อีกเลยนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 จึงเชื่อว่าน่าจะถูกหลอกลวง นอกจากนี้ยังทราบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงเช่นเดียวกันตนอีกกว่า 20 ราย รวมมูลค่าเสียหายกว่า 15 ล้านบาท จึงนัดหมายรวมตัวกันเข้าแจ้งความที่ บก.ป.ในครั้งนี้

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงจับยาบ้า 9 แสนเม็ด

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงจับยาบ้า 9 แสนเม็ด นำเข้าจากเมียนมาร์ ใช้รถดัดแปลง แต่ไม่รอด

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงานจับกุมยาเสพติดนำเข้ารายสำคัญ โดยจับกุมผู้ต้องหา 1 คนคือ นายสันติ อายุ 38 ปี ชาวอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 9 แสนเม็ด บรรทุกในรถดัดแปลง ทั้งนี้จากการสอบสวนพบว่านายสันติ ได้ขับรถกระบะ โตโยต้า ซึ่งมีช่องลับซุกซ่อนยาเสพติดจากประเทศเมียนมาร์ ด้านแนวจังหวัดเชียงราย เพื่อนำเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้ติดตามพฤติกรรม จนกระทั่งวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พบนายสันติ ขับรถยนต์คันดังกล่าว ข้ามไปยัง จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า จึงเฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนที่นายสันติ จะขับออกมา ผ่าน อำเภอแม่สาย และอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ จนเข้าเขต อำเภอดอยสะเก็ด เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและเรียกตรวจ เบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ได้นำตัวไปสอบปากคำและตรวจค้นอย่างละเอียด จนพบยาบ้า ซุกซ่อนในช่องลับกระบะจำนวนมาก ถึง 450 มัด รวมยาบ้า 900,000 เม็ด จึงจับกุมตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป

วิษณุมอบประกาศนียบัตรปิดอบรมโฆษกกระทรวง

‘วิษณุ’ มอบประกาศนียบัตรปิดอบรมหลักสูตร ‘โฆษกกระทรวง’ ย้ำคนทำหน้าที่ต้องมีความรู้ ความสามารถในการสื่อสารกับประชาชน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรและปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “โฆษกกระทรวง นักบริหารสื่อสารมวลชนสัมพันธ์ รุ่นที่ 2” โดยนายวิษณุ ได้กล่าวว่า การเป็นโฆษกกระทรวงนั้นควรที่จะต้องมีความรู้ ความสามารถ ในการสร้างความรับรู้ความเข้าใจ กับประชาชน เพราะในฐานะโฆษกประจำกระทรวงนั้นๆ จึงจะต้องมีความรอบรู้ รู้เท่าทันกระแสข่าวต่างๆ ที่ประชาชนสนใจ ในทุกช่องทาง ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์และต้องสามารถใช้ช่องทางสื่อให้เป็นประโยชน์ ดังนั้นโฆษกประจำกระทรวงนั้นเป็นหน้าที่สำคัญในการกระจายข้อความ ข่าวสาร สร้างความรับรู้ความเข้าใจให้กับสื่อมวลชนหรือประชาชนให้เข้าใจตรงกัน และต้องเป็นตัวแทนในการประสานความร่วมมือในการทำงานของแต่ละกระทรวงต่างๆ

แห่กราบหลวงพ่อพระใส-หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ

หนองคาย- ประชาชน ผู้แสวงบุญ และนักท่องเที่ยว เดินทางไปกราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองคึก

ที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย และวัดศรีชมภูองค์ตื้อ (วัดน้ำโมง) อ.ท่าบ่อ พบว่ามีพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดหนองคาย ผู้แสวงบุญ และนักท่องเที่ยว เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อพระใส และหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อขอพร และทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2560 กันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ท่าบ่อ และผู้นำชุมชนดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ผู้แสวงบุญ และนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่จะแฝงตัวเข้ามาในช่วงนี้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ประชาชน ผู้แสวงบุญ และนักท่องเที่ยวได้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดด้วยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา
ทั้งนี้ จังหวัดหนองคาย ได้มีการจัดกิจกรรมวันมาฆบูชาต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวันสำคัญทางศาสนา เรียนรู้ความเป็นมาของวันมาฆบูชา และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ได้นำหลักธรรมทางศาสนามาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตเพื่อความสงบสุข ทำนุบำรุง และสืบทอดประเพณีทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป.

191 รวบ นศ.ม.ดังขายกระเป๋าแบรนด์เนมปลอม

ตำรวจ 191 รวบ นักศึกษามหาลัยดังย่านลาดพร้าว ขายกระเป๋าแบรนด์เนมละเมิดลิขสิทธิ์ สารภาพอ้างหาเงินรักษาพ่อป่วย

ตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 เข้าตรวจสอบห้องพักจำนวน 3 ห้อง ในอพาร์ทเม้นแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว 101 ซอย 38 พบกระเป๋าละเมิดเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อดัง อาทิ หลุยส์วิกตอง กุซซี่ ชาแนล เอ็มซีเอ็ม จำนวนกว่า 300 รายการ สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

โดย มีนายอภิสิทธิ์ เจริญคง นักศึกษา ปี 3 มหาวิทยาลัยเอกชนย่านลาดพร้าว รับสารภาพเป็นเจ้าของสินค้า พร้อมให้การอ้างว่า สาเหตุที่ขายเพราะต้องการหาเงินรักษาบิดาจำนวนหลายแสนบาท โดยรับสินค้ามาจากตลาดโรงเกลือนวนคร ก่อนนำมาจำหน่ายผ่านทางเฟสบุ๊กไลฟ์ และเช่าห้องในการพักสินค้าที่อาคารแห่งนี้ โดย ทำมานานกว่า 4 เดือนแล้ว
ส่วนด้านพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ระบุว่า เจ้าหน้าที่มีการกวดขันผู้ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และละเมิดเครื่องหมายการค้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้ที่ขายผ่านทางสังคมออนไลน์ ได้มีการขึ้นบัญชีไว้แล้ว และฝากเตือน ไปยังผู้ที่ขายอยู่ขอให้เลิกกระทำผิดกฎหมาย เพราะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและประเทศอย่างมาก

อุตุฯ เตือน ไทยอากาศแปรปรวน ฉ.14

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา’อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย ‘ ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ และได้แผ่เข้าปกคลุมภาคเหนือแล้ว (11 ก.พ.60) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ระหว่างวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2560 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิลดลงได้อีก 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ภูเก็ตพังงา และกระบี่ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ 2560 ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 11-16 กุมภาพันธ์ 2560

ประกาศ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 เวลา 17.00 น

ตาก จัดรณรงค์งดการจุดไฟป่า เพื่อลดควันไฟ

สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก จัดกิจกรรม รณรงค์งดการจุดไฟป่า เพื่อลดควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้

นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า ประจำปี 2560 ณ สนามกีฬาสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เทศบาลนครแม่สอด จังหวัดตาก โดยสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก ได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนและเกษตรกรงดการจุดไฟป่า เพื่อลดควันไฟที่เกิดจากการเผาไหม้ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนักให้แก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษาในท้องที่ให้ทราบถึงอันตรายและผลกระทบของควันที่เกิดจากไฟป่า นายยุทธชัย ปัทมสนธิ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ตาก กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า และประกาศจังหวัดตาก ได้กำหนดให้ช่วงระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ถึง 14 เมษายน 2560 เป็น 60 วันอันตรายห้ามเผาเด็ดขาด และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับสถานศึกษาและประชาชนจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ให้ปลอดควันพิษจากไฟป่า โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการแสดงสาธิตการใช้เครื่องมือดับไฟป่าประกอบกายบริหาร โดยใช้ท่าตีไฟ 6 ท่าสาธิตการดับไฟป่า และการปล่อยขบวนแถวหน่วยงานดับไฟป่า

นายยุทธชัย กล่าวอีกว่า ไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากมนุษย์แทบทั้งสิ้นทำให้เกิดหมอกควันเป็นปัญหาส่งผล กระทบต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้ประชาชนป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ อีกทั้งหมอกควันจากไฟป่ายังทำให้เกิดทัศนวิสัยที่ไม่เหมาะสมต่อการจราจรทางอากาศและยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดภัยแล้งตามมาอีกด้วย

สืบพยานวันสุดท้าย คดีครูจอมทรัพย์

สืบพยานคดี ‘ครูจอมทรัพย์’ วันสุดท้าย ฝ่ายผู้คัดค้านนำพยานขึ้นเบิกความ 6 ปาก ประเด็นสำคัญเชื่อมโยงขบวนการรับผิดแทน

ที่ห้องพิจารณา3 ศาลจังหวัดนครพนม อัยการจังหวัดนครพนม แถลงต่อศาล ขอนำพยานขึ้นเบิกความวันนี้จำนวน 6 ปาก โดย พยานปากแรก คือ พันตำรวจโทกิตติศักดิ์ สัมฤทธิ์สกุลชัย ในฐานะหัวหน้างานสอบสวน สภ.เรณูนคร ขณะนั้น ได้ขึ้นเบิกในประเด็นสำคัญ ระบุว่า เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2556 นายสุริยา นวนเจริญ หรือ ครูอ๋อง ที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนครูจอมทรัพย์ พร้อมกับผู้ชาย 1 คน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร และผู้หญิงอีก 1 คน ทราบต่อมาคือ นางทัศนีย หาญพยัคฆ์ เดินทางมาพบ เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางการช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ ในคดีขับรถชนคนตายเมื่อปี 2548 โดยนายสุริยา ว่า ครูจอมทรัพย์ไม่ใช่ผู้กระทำผิด และขณะนี้ตัวเองได้สืบหา จนพบผู้กระทำผิดตัวจริงแล้ว คือ นายเสริฐ รูปสอาด ซึ่งเป็นไปตามเอกสารบันทึกข้อความ ที่มีการเปิดเผย ก่อนหน้านี้

พยานปากที่ 2 คือ ร้อยตำรวจเอกไชยบัญชา วังคะฮาด อดีตพนักงานสอบสวน สภ.เรณูนคร เบิกความยืนยันว่า พบเห็นนายสุริยา หรือ อ๋อง พร้อมนางทัศนีย์ และผู้ชายอีก 1 คน เดินทางเข้าพบพันตำรวจโทกิตติศักดิ์ พร้อมยอมรับว่ารู้จักกับนายสุริยา และนางทัศนีย์ มาก่อน

พยานปากที่ 3 พันตำรวจเอกปราโมทย์ อุทากิจ พนักงานสอบสวน ที่นายเสริฐ มีการอ้างถึงว่า นายสุริยา พาไปพบ เมื่อปลายปี 2556

พยานปากที่ 4 พันตำรวจโทจิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีตสว.จังหวัดมุกดาหาร ขึ้นเบิกความยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการรับจ้างรับผิดแทน ที่เมื่อปลายปี 2556 ได้มีกลุ่มญาติและเพื่อน ของครูจอมทรัพย์ พร้อมกับนายสับ วาปี เดินทางไปพบที่บ้านพัก เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับคดีที่ครูจอมทรัพย์ ตกเป็นผู้กระทำผิด ขับรถชนคนตายที่จังหวัดนครพนม ซึ่งนายสับ ได้ยอมรับกับตัวเองว่า ไม่ใช่คนขับรถตัวจริง แต่ทำไปเพราะสงสารครูจอมทรัพย์

พยานปากที่ 5 พันตำรวจโทอดิศักดิ์ ชมศรีหาราช อดีตพนักงานสอบสวน สภ.นาโดน จังหวัดนครพนม เมื่อปี2557 ได้ขึ้นเบิกความต่อศาล ถึงประเด็นสำคัญ การลงบันทึกประจำวันของนายสับ วาปี เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 ที่นายสับ ระบุว่า เคยเป็นเจ้าของรถกระบะ อีซูซุ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร และขับรถไปเกิดอุบัติเหตุชนคนตาย เมื่อค่ำวันที่ 11 มีนาคม 2548 ซึ่งเป็นไปตามเอกสารบันทึกประจำวันของ สภ.นาโดน ที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้

และพยานปากที่ 6 พันตำรวจเอกไพโรจน์ กุจิรพันธ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองบัวลำภู ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสอบสวนคดีครูจอมทรัพย์ ขึ้นเบิกความต่อศาล ซึ่งถือเป็นพยานปากสุดท้าย ของทางฝ่ายผู้คัดค้าน

ทั้งนี้ หลังจากสืบพยานทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว ศาลจังหวัดนครพนมจะรวบรวมบันทึกคำให้การของพยานทั้งสองฝ่าย ส่งให้กับศาลฎีกา เพื่อพิจารณาต่อไป

โฆษกกห.ขออภัยผาสุกยันไม่มีนัยทางการเมือง

โฆษก กห. กราบขออภัย ‘ผาสุก พงษ์ไพจิตร’ มีกล่าวชื่อเป็น 1 ในอนุกรรมการปรองดอง ยัน ไม่มีเจตนา-นัยทางการเมือง

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง กรณีที่นายอนุสรณ์ อุณโณ ผู้แทนเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง วิพากษ์ วิจารณ์ การแต่งตั้ง ศาสตราจารย์ ดร.ผาสุก พงษ์ไพจิตร เข้าร่วมเป็นอนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง โดยมิได้รับการทาบทามว่า เนื่องจากการประชุมของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เมื่อ 9 ก.พ.60 ที่ผ่านมา ได้หารือถึงประเด็นพูดคุยในด้านต่างๆ และมีการเสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ตอบรับและอยู่ระหว่างประสานงานทาบทามเข้าร่วมงาน ให้คณะกรรมการได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งศาสตราจารย์ ดร.ผาสุก เป็นหนึ่งในผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการเสนอชื่อ และจะได้มีการประสานทาบทาม เรียนเชิญเข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างรายชื่ออนุกรรมการชุดต่างๆ ยังมิได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดังกล่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งกล่าวด้วยว่า โดยส่วนตัว เคารพและให้เกียรติ ศาสตราจารย์ ดร.ผาสุก ซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียง และมีผลงานทางวิชาการเกี่ยวกับการทุจริตในประเทศไทยมาต่อเนื่อง หากการเปิดเผยรายชื่อที่ผ่านมา เป็นการก้าวล่วงละเมิดสิทธิหรือสร้างความเสียหายก็กราบขออภัยด้วยความบริสุทธิ์ใจ มิได้มีเจตนาหรือมีนัยทางการเมืองแต่อย่างใด พร้อมทั้งยังเคารพและให้เกียรติด้วยดีเสมอ