โด้แฮตทริก! “ราชันชุดขาว” บุกถล่ม “อลาเบส” 4-1 ยึดฝูงแน่น

เริ่มเกมมาได้แค่ 7 นาที เธโอ แอร์กน็องเดซ ลากบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนเปิดเรียดไปเสาไกล เกย์ลอร์ นาวาส พุ่งปัดไม่โดน บอลเลยไปถึง เดย์แวร์ซอน จับหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวาตุงตาข่ายไม่เหลือ อลาเบส ออกนำ 1-0

%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%95%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a7

นาทีที่ 17 ทีมเยือนมาได้จุดโทษจากจังหวะ แกเร็ธ เบล ซัดฟรีคิกไปโดนมือ เดย์แวร์ซอน ผู้ตัดสินมองว่าเจตนาทำแฮนด์บอลในเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับหน้าที่แปเรียดไปทางขวาไม่เหลือ เรอัล มาดริด ตีเสมอเป็น 1-1

นาทีที่ 33 คาริม เบนเซม่า พลิกบอลแล้วแตะต่อให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กระชากจี้แนวรับเจ้าบ้านแล้วซัดด้วยขวาระยะ 20 หลาแฉลบ ซู เฟดเดล ตุงตาข่ายงามหยด จบครึ่งแรกเรอัล มาดริด บุกนำ อลาเบส 2-1 ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีเดียว เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูตีเสมอ เดย์แวร์ซอน จ่ายให้ บิคตอร์ กามาราซ่า แตะหนี นาโช่ เฟร์นานเดซ เข้าไปแปด้วยซ้ายติดบล็อก เกย์ลอร์ นาวาส

นาทีที่ 79 ราชันชุดขาว พลาดโอกาสหนีห่างเมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดนดึงล้มในกรอบเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวจะลุกขึ้นมารับหน้าที่ซัดด้วยขวาไปทางขวามือตัวเอง แต่ เฟร์นานโด ปาเชโก้ เดาทางพุ่งปัดได้เยี่ยม

หลังพยายามอยู่นาน นาทีที่ 83 ทีมเยือนมาได้ประตูนำ 3-1 มาร์เชโล่ วางบอลยาวจากแนวรับให้ อัลบาโร่ โมราต้า หลุดเข้าไปกระดกด้วยขวาข้ามหัว เฟร์นานโด ปาเชโก้ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

นาทีที่ 88 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำชิ่งกับ มาร์เชโล่ ในเขตโทษ ก่อนจับหนึ่งจังหวะแล้วซัดด้วยขวา 6 หลาไม่เหลือ เรอัล มาดริด หนีห่าง 4-1 และเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้

จบเกม เรอัล มาดริด บุกถล่ม อลาเบส 4-1 เก็บสามแต้มสำคัญ พร้อมยึดจ่าฝูงต่อไปได้สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
อลาเบส (4-4-2) : เฟร์นานโด ปาเชโก้ – กีโก้ เฟเมเนีย, อเล็กซิส รูอาโน่, ซู เฟดเดล, ราอูล การ์เซีย, เธโอ แอร์กน็องเดซ – บิคตอร์ กามาราซ่า, มานู การ์เซีย, ดาเนียล ตอร์เรส – เอ็ดการ์ เมนเดซ, เดย์แวร์ซอน
เรอัล มาดริด (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส – ดานิโล่, เปเป้, ราฟาแอล วาราน, มาร์เชโล่ – มาเตโอ โควาซิช, โทนี่ โครส, อีสโก้ – แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า , คริสเตียโน่ โรนัลโด้
ผู้ตัดสิน : โฆเซ่ มาเรีย ซานเชซ มาร์ตีเนซ

ผิดฟอร์ม! “ปีศาจแดง” บุกพ่าย “เฟเนร์บาห์เช่” 1-2 หล่นที่ 3

เปิดเกมมาแค่เพียง 2 นาที เจ้าถิ่นมาได้ประตูออกนำ ฮาซาน อาลี คัลดิริม เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าไปในเขตโทษ มุสซ่า โซว์ กระโดดตีลังกายิงด้วยขวา บอลพุ่งผ่านมือ ดาบิด เด เคอา เสียบใต้คานเข้าไปสุดสวย เฟเนร์บาห์เช่ ขึ้นนำ 1-0

ผิดฟอร์ม! "ปีศาจแดง" บุกพ่าย "เฟเนร์บาห์เช่" 1-2 หล่นที่ 3

เจ้าบ้านยังทำเกมได้ดีกว่า และได้ลุ้นอีกในนาทีที่ 24 โวลคาน เซน วางบอลเข้าเขตโทษ เยเรเมน เลนส์ วิ่้งมาโหม่งเช็ดแต่โดนไม่ดีบอลผ่านหน้าประตูออกไป

สถานการณ์ของทีมเยือนยังไมดีขึ้น แถมนาทีที่ 30 ปอล ป็อกบา ยังมีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไปไหว ทำให้ต้องเปลี่ยนเอา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ลงเล่นแทน

นาทีที่ 34 แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบจะได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ใช้ความคล่องพาบอลลุยเข้าไปทางฝั่งขวาของเขตโทษ แล้วพยายามจ่ายยัดไปทางเสาสองให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิง แต่ โวลคาน เดมิเรล ทุบทิ้งออกมาได้ ครบ 45 นาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลัง 0-1

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 59 เจ้าบ้านมาได้ฟรีคิกระยะ 30 หลา เยเรเมน เลนส์ บรรจงปั่นโค้งบอลอ้อมกำแพงเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างสุดสวย ชนิด ดาบิด เด เคอา ได้แต่ยืนมอง เฟเนร์บาห์เช่ หนีห่าง 2-0

นาทีที่ 69 เฟเนร์บาห์เช่ ยังทำเกมบุกต่อเนื่อง เยเรเมน เลนส์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวา เอ็มมานูเอล เอเมนิเก้ ได้หลุดเข้าไปยิงแต่ติดตัว ดาบิด เด เคอา

ก่อนหมดเวลานาทีเดียว แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมเยือนมาได้ประตูไล่มา 1-2 เวย์น รูนี่ย์ พลิกบอลกลับตัวก่อนสับไกด้วยขวาระยะ 25 หลา บอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปสุดงาม

ช่วงทดเจ็บ ทีมเยือนเกือบได้ประตูตีเสมอจากลูกเตะมุม ฆวน มาต้า เปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ เวย์น รูนี่ย์ ได้โหม่งจะเสียบเสาอยู่แล้ว แต่มีตัวคุมเส้นโขกทิ้งออกมาได้

จบเกม เฟเนร์บาห์เช่ เปิดบ้านเบียดเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 เก็บสามแต้มขยับขึ้นอันดับ 2 ของกลุ่ม ส่วน “ปีศาจแดง” หล่นมาอยู่ที่ 3