เรื่องทั้งหมดโดย new025

สิ่งที่มากับ “ปลาดิบ”

ปัจจุบันคนไทยนิยมรับประทานปลาดิบกันมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลของอาหารญี่ปุ่น ด้วยรสชาติ และ หน้าตาของอาหารที่ดูสะดุดตาชวนให้น่ารับประทาน ทำให้แทบจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าไม่เคยลิ้มลองอาหารจำพวก ข้าวปั้นซูชิ ซาซิมิ ที่มีปลาดิบเป็นส่วนประกอบ

ปลาดิบ มี 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ ปลาดิบน้ำจืด และ ปลาดิบน้ำเค็ม (ปลาดิบทะเล) ซึ่งปลาดิบทั้ง 2 ชนิด มีเชื้อโรคที่แอบแฝงมาแตกต่างกัน ปลาดิบน้ำจืด อาจพบพยาธิบางชนิดแอบแฝงมา เช่น พยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ พยาธิใบไม้ลำไส้ ฯลฯ คนส่วนมากมักคิดว่า ปลาน้ำเค็มนั้นไม่มีพยาธิ แต่ในความจริงในปลาน้ำเค็มนั้นอาจพบ ตัวอ่อนของพยาธิอะนิซาคิส (Anisakis simplex)ได้ แต่โชคดีที่การพบพยาธิในปลาน้ำเค็มนั้นพบน้อยกว่าในปลาน้ำจืดมาก และ พยาธิในปลาดิบน้ำเค็มก็มีความรุนแรงน้อยกว่าด้วย นอกจากนี้ปลาดิบที่นำมาประกอบอาหารญี่ปุ่นมักจะทำจากปลาน้ำเค็ม

อย่างไรก็ตามอย่าพึ่งชะล่าใจว่ากินปลาดิบน้ำเค็มจะปลอดภัย 100% พยาธิอะนิสซาคิส ถึงแม้ไม่พบบ่อย ไม่ถึง 10 รายต่อปี ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ก็ก่อความรุนแรงได้มาก

มารู้จักพยาธิอะนิซาคิสกันเถอะ

พยาธิอะนิซาคิส (Anisakis simplex) เป็นพยาธิที่พบในปลาทะเลเขตอบอุ่น และ เขตร้อน ในประเทศไทยตรวจพบ ตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ในปลามากกว่า 20 ชนิด เช่น ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน ปลาทูแขก ปลากุแรกล้วย ปลาลัง เป็นต้น ส่วนในต่างประเทศจะพบในปลาจำพวก ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง ระยะตัวอ่อนที่ติดต่อสู่คนจะอยู่ในอวัยวะภายในช่องท้องของปลาทะเล มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ขนาดยาวประมาณ 1-2 ซม. กว้างประมาณ 0.3-0.5 มม. บริเวณปากจะมีหนามขนาดเล็ก บริเวณปลายหางจะมีส่วนแหลมยื่นออกมา พยาธิชนิดนี้จะใช้หนามขนาดเล็ก และใช้ปลายหางแหลมในการไชผ่านเนื้อเยื่อต่างๆ

อาการผิดปกติซึ่งเกิดจากพยาธิอะนิซาคิส

เนื่องจากพยาธิชนิดนี้ขณะเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อสู่มนุษย์ บริเวณปากของพยาธิจะมีหนามขนาดเล็กและปลายหางแหลม ขณะเคลื่อนที่ไชในกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ของคน ทำให้เกิดแผลขนาดเล็ก และ อาจทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ ส่งผลให้ผู้ที่มีพยาธิชนิดนี้ในกระเพาะอาหารและลำไส้ มีอาการ ปวดท้อง แน่นท้อง คลื่นไส้ ท้องอืด อาการมักไม่เฉพาะเจาะจงคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะอาหาร บางรายอาจมีอาการท้องเสีย หรือ ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดถ้ามีแผลในกระเพาะขนาดใหญ่ อาการมักจะเริ่มเกิดหลังรับประทานอาหารที่มีพยาธิชนิดนี้ เป็นชั่วโมง หรือ เป็นวันก็ได้

การวินิจฉัย และ การรักษาโรคซึ่งเกิดจากพยาธิชนิดนี้

การวินิจฉัย และ การรักษาทำโดยการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร ถ้าพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ก็ใช้กล้องคีบตัวพยาธิออก พยาธิชนิดนี้ไม่สามารถตรวจพบได้ในอุจจาระ เนื่องจากมันจะเกาะติดแน่นกับกระเพาะอาหาร และ ลำไส้

ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาพยาธิชนิดนี้ แต่จาการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น โดยหัวหน้าทีมวิจัย โตชิโอะ ลิยาม่า พบว่า วาซาบิ มีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิชนิดนี้ได้ แต่ขนาด และ ปริมาณการใช้ฆ่าพยาธิชนิดนี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา ถึงอย่างไรก็ตามการป้องกันการติดพยาธิชนิดนี้ ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ และ ดีที่สุด

กินปลาดิบอย่างไร ไม่ให้เป็นพยาธิ

ก่อนอื่นควรต้องแน่ใจว่า ปลาดิบที่นำมาทำอาหารนั้นเป็นปลาทะเล เพราะ บางครั้งผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำปลาน้ำจืดหลายชนิดมาทำอาหาร ทำให้เกิดโรคพยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ หรือ พยาธิใบไม้ลำไส้ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่า

การแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -35 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 15 ชั่วโมง หรือ ต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 7 วัน หรือ ผ่านความร้อนมากกว่า 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที ก่อนการประกอบอาหารจะทำให้พยาธิชนิดนี้ตายได้

นอกจากพยาธิบางชนิดที่พบในปลาดิบ แล้วยังพบแบคทีเรียบางชนิด และ ไวรัสตับอักเสบเอ ได้ด้วย โดยขึ้นกับสุขอนามัย และ ความสะอาดของขั้นตอนการเตรียมอาหาร ดังนั้นถ้าคิดจะรับประทานปลาดิบ ควรดูให้แน่ใจก่อนว่าขั้นตอนการประกอบอาหารสะอาดถูกหลักอนามัย เพื่อให้เกิดความมั่นใจ และ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากปลาดิบ

5 เคล็ดลับ ให้ลูกค้าจ่ายเงินตรงเวลา

เคยไหม เวลาอยากขายสินค้าแล้วลูกค้าจ่ายเงินเชื่อ ก็ต้องยอมเพราะเราอยากขาย อยากได้เงิน ซึ่งบางทีลูกค้าก็จ่ายเงินตรงเวลา ขณะที่บางรายกลับชำระไม่ตรงเวลา สุดท้ายร้านค้าก็ไม่มีเงินสดมาใช้จ่ายเพื่อหมุนเวียนธุรกิจใครที่กำลังกังวล หรือกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ ลองดู 5 เคล็ดลับที่จะช่วยทำให้ลูกค้าจ่ายเงินได้ตรงตามเวลา

1.ปรับระยะเวลาชำระเงิน

ลองพิจารณาดูว่า ระยะเวลาชำระเงิน หรือเครดิตเทอม (Credit Term) ของธุรกิจคุณยาวเกินไปไหม หรือสั้นเกินกว่าที่จะให้ลูกค้านำเงินมาชำระได้ทัน เช่น คุณขายเบเกอรี่ แต่ให้เครดิตเทอมลูกค้า 30 วัน ก็คงจะมากเกินไป เพราะมันจะทำให้คุณไม่มีเงินสดมาบริหารจัดการธุรกิจในระยะยาว แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับธุรกิจที่คุณทำ และจำนวนเงินในมือ

2.สร้างตัวเลือกที่ง่ายหรือคุ้มค่า

ในยุคนี้มีการทำธุรกรรมผ่านทางธนาคารออนไลน์เข้ามาแล้ว ลองสร้างทางเลือกใหม่ๆ ในการจ่ายเงินให้กับลูกค้าที่ไม่ใช่แค่เงินสดเพียงอย่างเดียว อาจเป็นการโอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม โอนผ่านธนาคารออนไลน์ เช็ค บัตรเครดิต แอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ลูกค้าสะดวก ทั้งนี้ อาจมีส่วนลดหรือของแถมเพิ่ม หากลูกค้าชำระเงินภายในวันที่เรากำหนดเอาไว้
3.ส่งการแจ้งเตือน
สร้างระบบการแจ้งเตือนให้ดี เมื่อลูกค้ารายใดใกล้ครบกำหนดชำระเงินก็ให้ลองใช้ SMS ทางโทรศัพท์ ส่ง Line ไปแจ้ง หรือใช้ e-mail แจ้งเตือนล่วงหน้าซัก 2 อาทิตย์ก่อนถึงวันชำระเงินดู รวมทั้งอาจส่งใบกำกับภาษีแบบดิจิตอลไปให้ลูกค้าด้วยก็ได้ ถ้าสุดท้ายแล้วลูกค้ายังคงผิดกำหนดการชำระเงิน ให้โทรศัพท์ติดต่อกับเขาด้วยความสุภาพ และพยายามแสดงความเป็นมืออาชีพให้เขาได้เห็นด้วย

4.ทวงเงินจากคน ไม่ใช่ทวงจากบิล

ถ้าทวงจากคนซื้อตามปกติแล้วไม่ได้ผล ลองเปลี่ยนเป็นวิธีนี้ดู หากลูกค้าที่มาซื้อสินค้าด้วยเงินเชื่อของคุณมาจากองค์กรแห่งหนึ่ง สมมติ ว่าเป็นนาย F บริษัท ABC ถ้าใกล้ถึงเวลาที่ต้องทวงเงิน ให้คุณลองเขียนจดหมายขอบคุณที่ซื้อสินค้าจากร้านคุณไป พร้อมระบุถึงวันครบกำหนดชำระเงินลงไปด้วย และส่งไปยังฝ่ายจัดซื้อหรือแผนกบัญชี วิธีนี้จะทำให้คุณทราบได้ว่าใครเป็นผู้มีอำนาจจ่ายเงิน จากนั้นลองติดต่อเพื่อสอบถามถึงแผนกที่สามารถอนุมัติการจ่ายเงินได้ ซึ่งบางครั้งจะเร็วกว่าตามจากผู้ที่มาซื้อสินค้าโดยตรง

5.มั่นคงในนโยบาย

คุณต้องซื่อตรงกับนโยบายการชำระเงินที่ตัวเองได้กำหนดเอาไว้ และในรายละเอียดการชำระเงินต้องมีข้อความที่ปกป้องตัวเองจากกฎหมายเรื่องการขอเรียกเก็บเงินภายในกี่วันหลังจากที่ลูกค้ามาซื้อสินค้าด้วยเงินเชื่อ หรืออาจมีข้อกำหนดการจ่ายค่าปรับหากลูกค้าจ่ายเงินหลังวันที่กำหนด

ดอยอินทนนท์คึกคัก นักท่องเที่ยวทะลักเกือบ 2 หมื่นคนต่อวัน

เฟซบุ๊ก PR Chiangmai รายงานว่า ยอดดอยอินทนนท์นักท่องเที่ยวทะลักเกือบ 2 หมื่นคนต่อวันในช่วงหยุดยาวปีใหม่ เตือนการจราจรจังหวัดเชียงใหม่คับคั่ง ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลปีใหม่

โดย นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เปิดเผยว่า ที่ยอดดอยอินทนนท์ เช้านี้วัดได้ 6 องศา นักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลมาบนดอยอินทนนท์ โดยเมื่อวันที่ 30 ธค 59 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่ดอยอินทนนท์ เกือบ 2 หมื่นคน โดยเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 1,6883 คน ต่างชาติ 702 ยานพาหนะ 4,500 คน รวมนักท่องเที่ยว 1,7585 คน

สภาพการจราจรขึ้นดอยอินทนนท์ เคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ มีหนาแน่นเป็นพักๆ โดยเฉพาะเวลามีรถเสียจอดกลางทางเพื่อรอรถยก ทางเจ้าหน้าที่อุทยานเข้าไปอำนวยความสะดวกให้การช่วยเหลือและให้คำแนะนำทุกจุด คาดว่าช่วงหยุดยาวปีใหม่นี้ นักท่องเที่ยวจะทะลุ 2 หมื่นคนแน่นอน

ทั้งนี้ กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ มีความเป็นห่วงผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งในช่วงนี้นักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่จำนวนมาก ทางตำรวจจราจรพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ได้ออกปฏิบัติหน้าที่อำนวยนวยความสะดวก พร้อมร่วมกิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยกับภาคเอกชนในการตอบแทนผู้ใช้รถใช้ถนนรักษาวินัยจราจรร่วมกันช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

สำหรับรายงานจากศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 จังหวัดเชียงใหม่ สรุปรายงานสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ประจำวันที่ 30 ธ.ค. 59 ดังนี้

1.เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 30 ครั้ง สะสม 51 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 4 ราย (ชาย 4 ราย อ.เชียงดาว แม่แตง แม่ริม จอมทอง) สะสม 6 ราย (ชาย 5 ราย หญิง 1 ราย) ผู้บาดเจ็บ (Admit) มีจำนวน 31 คน (ชาย 25 คน หญิง 6) สะสม (ชาย 40 คน หญิง 12 คน)

2.ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุ คือ รถจักรยานยนต์ รถปิคอัพ และรถเก๋ง

3.สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ เมาสุรา อย่างไรก็ตามจึงขอเตือนให้ขับขี่รถตามกฎหมายที่กำหนด ควรจะระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อความปลอดภัยและลดความสูญเสียในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีนี้อีกด้วย

ฮือฮา ป้ายอย่างนี้ก็มีด้วย! “เขตชุมชนโปรดลดความสวย” ที่ทุ่งทานตะวันบ้านโคก เพชรบูรณ์

เหล่านักท่องเที่ยวที่ไปเยือน ทุ่งทานตะวัน ที่ตำบลบ้านโคก จ.เพชรบูรณ์ โดยเฉพาะสาวๆ ต่างฮือฮากับป้ายต่างๆ ในบริเวณนั้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะป้ายที่ระบุข้อความว่า “เขตชุมชนโปรดลดความสวย” จะถูกอกถูกใจเหล่าสาวๆ เป็นพิเศษ

นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวชมทุ่งดอกทานตะวัน ที่ตำบลบ้านโคก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ต่างฮือฮาและประทับใจกับป้ายข้อความ “เขตชุมชนโปรดลดความสวย” บริเวณปากทางเข้าทุ่งดอกทานตะวัน ที่ชาวบ้านได้ทำขึ้นไว้บริเวณหน้าบ้านเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป

พร้อมกันนี้ยังมีป้ายข้อความอื่นๆ ซึ่งเมื่ออ่านแล้วสร้างรอยยิ้มได้ไม่แพ้กัน เช่น ป้ายจราจรห้ามกลับรถ แต่เปลี่ยนข้อความเป็น “ห้ามกลับใจ” เป็นต้น ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแวะถ่ายรูปกับป้ายเป็นที่ระลึกพร้อมกับโพสต์และมีการแชร์ไปในโซเชียลเป็นจำนวนมาก

ด้านนักท่องเที่ยวสาวๆ สวยๆ ต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกประทับใจกับทุ่งดอกทานตะวันของตำบลบ้านโคกที่ดอกใหญ่สมบูรณ์และลำต้นไม่สูงมาก ทำให้ถ่ายรูปได้สวยงาม รวมทั้งประทับใจบ้านหลังดังกล่าวที่ได้ตกแต่งหน้าบ้านพร้อมเขียนป้ายข้อความที่อ่านแล้วรู้สึกชื่นชมในไอเดีย ที่แปลกและน่ารักโดยเฉพาะป้ายข้อความ “เขตชุมชนโปรดลดความสวย” บ้างก็กล่าวแบบติดตลกว่า “คงลดไม่ได้เพราะสวยอยู่แล้ว” บางรายก็บอกว่า “ลดไม่ได้คงมีแต่จะต้องเพิ่มขึ้น”

ส่วนบางรายก็แนะนำว่าควรที่จะมีป้ายข้อความลักษณะเดียวกันนี้หลายๆ ป้าย ก็จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวที่ตำบลบ้านโคกได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น

บัวบก : สมองสดใสคืนสู่วัยหนุ่มสาว

บัวบก : สมองสดใสคืนสู่วัยหนุ่มสาว

ชื่ออื่นๆ : กะโต่ ผักแว่น ผักหนอก ฯลฯ ผักพื้นบ้านที่กินอยู่ทุกวัน สมุนไพรบำรุงสมองที่คนเฒ่าคนแก่รู้จักกันดี ใช้บำรุงร่างกาย บำรุงประสาท บำรุงควมจำ บำรุงสายตา บำรุงผม บำรุงเอ็น เป็นยาอายุวัฒนะ ใช้ได้ทั้งเด็กและคนแก่ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดความดันโลหิตได้ มีรสเฝื่อนขมเย็น เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ท้องเสีย แก้ลม แก้อ่อนเพลีย เมื่อยล้า เป็นยาบำรุงกำลัง ยาอายุวัฒนะ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ บำรุงเสียง ช่วยให้ความจำดีขึ้น ช่วยชะลอความแก่ชรา แก้โรคอัลไซเมอร์ การแพทย์จีนถือว่าบัวบกคือ “สมุนไพรของความเป็นหนุ่มสาว”

แนะนำวิธีใช้

(1) สูตรน้ำบัวบก

สรรพคุณ : ดื่มแก้ช้ำในหรือร้อนใน

1. เลือกใช้บัวบกที่ใบแก่กว่ากินเป็นผักสด ใช้ทั้งรากทำความสะอาดอย่างดี

2. ใบบัวบกจะเหนียวให้ตัดเป็น 2-3 ท่อน ก่อนบดหรือตำ

3. คั้นน้ำแรกโดยผสมน้ำกับใบบัวบกที่บดหรือตำแล้วนำกากที่เหลือมาคั้นน้ำที่สองเพื่อให้ได้ตัวยาที่ยังเหลืออยู่ ใช้น้ำสะอาดในการคั้น แต่ห้ามใช้น้ำร้อน หรือนำน้ำที่คั้นไปต้ม

4. กรองน้ำบัวบกโดยใช้ผ้าขาวบางห่างๆ แบบผ้ามุ้ง ถ้าผ้าถี่มากจะกรองไม่ออก

5. หลังกรองจะมีกาก ซึ่งเศษใบให้ทิ้งไว้ให้นอนก้นและทิ้งไป รินเฉพาะส่วนใสมาดื่ม

6. น้ำบัวบกต้องคั้นใหม่ๆ จากใบสดๆ จะดีที่สุด ไม่ควรเก็บน้ำบัวบกไว้นาน และต้องแช่เย็นไว้เสมอ

7. น้ำเชื่อมถ้าทำจากน้ำต้มใบเตย จะทำให้น้ำบัวบกอร่อยยิ่งขึ้น

(2) น้ำมันบัวบก (สูตรอายุรเวท)

สรรพคุณ : บำรุงผมและหนังศรีษะ ช่วยให้ผมดกดำมีส่วนช่วยแก้ผมร่วง และหงอกก่อนวัย

วิธีการใช้ ชโลมเส้นผม นวดให้ทั่วหนังศรีษะ หมักทิ้งไว้ 30 นาที แล้วสระผมด้วยน้ำอุ่น (สระผมด้วยแชมพูตามปกติ)

ส่วนประกอบ : บัวบก 4 กิโลกรัม น้ำมันมะพร้าว 1 ลิตร น้ำสะอาด 7 ลิตร

วิธีการทำ

1. ล้างบัวบกให้สะอาด

2. หั่นบัวบกเป็นชิ้นเล็กๆ

3. เติมน้ำลงไปในบัวบก นำไปปั่นให้ละเอียด

4. กรองเอาแต่น้ำบัวบก

5. นำน้ำบัวบกไปเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว ใช้ไฟอ่อนๆ ประมาณ 80-90 องศาเซลเซียส

6. เคี่ยวจนเหลือแต่น้ำมันมะพร้าว ให้สังเกตลักษณะกากของน้ำมัน กากจะมีลักษณะแห้งแบบเม็ดทราย เป็นอันใช้ได้ ยกลงจากเตา กรองเอาน้ำมัน

** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **

รู้จักป้องกัน ภัยพิบัติริมชายฝั่งทะเล

รู้จักป้องกัน ภัยพิบัติริมชายฝั่งทะเล

คลื่นพายุซัดฝั่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนเขตร้อน ทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าสู่ชายฝั่งทะเลอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง

ส่วนใหญ่มักเกิดในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนมกราคมเพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย (ปภ.) ขอแนะวิธีการเตรียมพร้อมรับมือ และข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง ดังนี้

การเตรียมพร้อมรับมือคลื่นพายุซัดฝั่ง

– ติดตามข้อมูลข่าวสารสถานการณ์ภัยอยู่เสมอ โดยรับฟังพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา หากมีประกาศเตือนภัยคลื่นพายุซัดฝั่ง ให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

– จัดเตรียมสิ่งของและเครื่องใช้ที่จำเป็น เช่น อาหารแห้ง น้ำสะอาด ยารักษาโรค ไฟฉาย วิทยุ นกหวีด เชือก เอกสารสำคัญต่างๆ พร้อมจัดเก็บไว้ในจุดที่สามารถนำติดตัวไปได้ทันทีที่อพยพหนีภัย

– ร่วมฝึกซ้อมและศึกษาเส้นทางอพยพหนีภัย พร้อมซักซ้อมให้สมาชิกในครอบครัวทราบแนวทางการปฏิบัติ เมื่อเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง

– ออกให้ห่างจากพื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย หรือหลบพายุลมแรงในอาคารที่มั่นคงแข็งแรง ห้ามกลับเข้ามาบริเวณชายฝั่งทะเลจนกว่าจะมีการยกเลิกประกาศเตือนภัย เพราะอาจเกิดพายุลมแรงและคลื่นซัดฝั่งตามมาอีกระลอก

– ไม่ประกอบกิจกรรมทางทะเล อาทิ เล่นน้ำ ดำน้ำ เจ็ตสกี เพราะในช่วงที่เกิดพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวผ่านจะมี ฝนฟ้าคะนอง ทะเลมีคลื่นสูงและกำลังแรง ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับอันตราย

– ห้ามทำการประมงหรือนำเรือออกจากฝั่ง โดยเฉพาะเรือขนาดเล็ก เนื่องจากทะเลมีคลื่นสูงและลมแรง อาจทำให้เรือล่มได้

– นำเรือหลบคลื่นในบริเวณที่อับลมหรือที่ปลอดภัย จากนั้นให้ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดหรือจุดที่เรือลอย ลักษณะเรือ จำนวนผู้โดยสาร เพื่อประโยชน์ ต่อการให้การช่วยเหลือ

การลดผลกระทบจากคลื่นพายุซัดฝั่ง

– สร้างแนวเขื่อนกั้นคลื่นพายุซัดฝั่ง ให้มีความมั่นคงแข็งแรงและมีความสูงเพียงพอที่จะป้องกันคลื่นพายุซัดฝั่ง

– ปลูกป่าชายเลน เพื่อชะลอความเร็วของน้ำ ลดความแรง และความสูงของคลื่น จะช่วยลดความเสียหายจากลมพายุที่พัดเข้าสู่ชายฝั่งทะเล

ทั้งนี้ การเรียนรู้วิธีเตรียมพร้อมรับมือ ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง และการลดผลกระทบจากคลื่นพายุซัดฝั่ง จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายจากคลื่นพายุซัดฝั่ง

เตรียมตัวง่ายๆ ก่อนไปบริจาคเลือด

เตรียมตัวง่ายๆ ก่อนไปบริจาคเลือด

โดยหลักการผู้ที่จะสามารถบริจาคเลือดได้ ต้องมีสุขภาพทั่วไปแข็งแรง น้ำหนักตัวไม่ควรต่ำกว่า 45 กิโลกรัม ก่อนวันบริจาคโลหิตไม่ควรมีไข้ ไม่มีไข้หวัด ไม่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์ ไม่มีโรคประจำตัว อาทิ ความดัน เบาหวาน ไตเสื่อม โรคติดเชื้อต่างๆ โดยเฉพาะโรคทางด้านโลหิต มะเร็ง อาทิ เลือดออกง่าย เลือดแข็งตัวช้า เป็นต้น

ถ้าไม่มีภาวะตามที่กล่าวมาข้างต้นก็สามารถบริจาคได้ โดยมีหลักการเตรียมตัวง่ายๆ อยู่ไม่กี่ข้อคือ

1. นอนหลับให้เพียงพอก่อนวันบริจาคประมาณ 6-8 ชั่วโมง

2. ในวันบริจาคให้รับประทานอาหารมื้อหลักตามปกติ อย่าไปอดอาหาร แต่เป็นเมนูที่ไขมันต่ำเพราะเวลาไขมันสูงแล้วจะทำให้สีเลือดผิดปกติ

3. ก่อนบริจาคโลหิต 1 วัน ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด

4. ห้ามสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

5. ก่อนบริจาคให้ ดื่มน้ำมาก ๆ ตรงนี้จุดรับบริจาคโลหิตจะจัดหาให้อยู่แล้วก่อนจะแทงเข็มเอาเลือดออกมา เพื่อลดอาการอ่อนเพลียหลังบริจาค

หลังบริจาคโลหิตควรดื่มน้ำเปล่า หรือน้ำหวานเพื่อฟื้นฟูพละกำลัง พักผ่อนอยู่ที่หน่วยรับบริจาคจนฟื้นพละกำลังก่อนอย่าฝืนออกไป สำหรับคนที่ต้องทำงานใช้พละกำลังมาก ต้องปีนป่าย ก่อสร้าง ขอให้หยุดงาน 1 วัน เพราะร่างกายของแต่ละคนสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ช้าเร็วแตกต่างกัน

ทั้งนี้ สำหรับคนที่ชอบรับประทานอาหารเสริม วิตามินต่าง ๆ ก็ไม่มีข้อห้ามไม่ให้บริจาคโลหิต แต่อาจจะทำให้ผู้ที่รับประทานของพวกนี้มีปัญหานิดหน่อย เช่น การรับประทานวิตามินอีจะทำให้เลือดหยุดยากนิดหน่อย อาจจะต้องกดสำลีซับเลือดนาน หรืออาจจะทำให้ผิวเนื้อช้ำง่าย

การให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการบริจาคโลหิต นับว่าเป็นการทำกุศลครั้งใหญ่ในชีวิต เพราะสามารถนำไปต่อลมหายใจของผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตในการรักษาโรค

เรื่องดีๆ ของคนกิน `แห้ว`

เรื่องดีๆ ของคนกิน `แห้ว`

สรรพคุณทางยา บรรเทาริดสีดวงทวาร อาการคลื่นไส้อาเจียน เพิ่มความอยากอาหารในเด็ก ขับปัสสาวะ ละลายเสมหะ บำรุงปอด บำรุงครรภ์ บำรุงธาตุ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ลดความดันโลหิต แก้พิษหัด น้ำแห้วสดช่วยบำรุงตับ กระเพาะอาหาร แก้อาการตาแดง แก้อาการเมาสุรา นอกจากนี้ในแห้วยังมีสารที่ชื่อว่า “Puchin” ที่มีสรรพคุณในการช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี

แห้วจึงไม่ใช่แห้วอย่างชื่อความหมาย แถมรสชาติยังถูกปากและสามารถทำได้หลากหลายเมนู แห้วเพียง ½ ถ้วยตวง ถ้วยตวง มีโพแทสเซียมสูงถึง 360 มิลลิกรัม และการบริโภคถึง 4.7 กรัมต่อวัน ยังจะช่วยระบบกล้ามเนื้อและระบบประสาทให้ทำงานปกติ ร่างกายแข็งแรง จึงจัดเป็นหนึ่งในยาอายุวัฒนะอีกด้วย

สุขภาพดีสร้างได้ แค่เริ่มดื่ม ‘น้ำ’

สุขภาพดีสร้างได้ แค่เริ่มดื่ม ‘น้ำ’

เพราะ “น้ำ” เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะในวัยเด็ก น้ำมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ระบบในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นการสร้างวินัยที่ดีเรื่องการดื่มน้ำ จึงเป็นหนึ่งในการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับเด็กๆ

ผศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า ร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบประมาณ 2 ใน 3 หรือ 80% ของน้ำหนักตัว โดยเฉพาะในเด็กทารกแรกเกิด แต่เมื่อโตขึ้นร่างกายจะมีสัดส่วนของน้ำในร่างกายลดลง โดยเป็นส่วนประกอบของเลือดหรือน้ำเหลืองในหลอดเลือด ส่วนที่เหลือก็จะกระจายไปตามเนื้อเยื่อและเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งน้ำมีประโยชน์ในการส่งเสริมการทำงานของกระบวนการต่างๆ ในร่างกาย

“ยกตัวอย่างระบบการเผาผลาญอาหารและการทำงานของร่างกาย ซึ่งขึ้นอยู่กับน้ำ ถ้าร่างกายขาดน้ำก็จะทำให้การเผาผลาญในร่างกายหรือการทำงานของระบบหรืออวัยวะต่างๆ ในร่างกายบกพร่องไป เช่นเดียวกับระบบการย่อยอาหาร ซึ่งน้ำจะเข้าไปคลุกเคล้ากับอาหารที่รับประทานเข้าไปเพื่อช่วยให้การย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ส่วนระบบการขับถ่ายของเสีย น้ำมีส่วนสำคัญในการขับของเสียทั้งในรูปของเหงื่อและปัสสาวะ โดยเลือดจะเข้าไปฟอกของเสียที่ไต และจะขับถ่ายออกมาเป็นปัสสาวะ รวมถึงลำไส้ใหญ่ หากดื่มน้ำน้อยอาจจะทำให้ท้องผูกได้”

ดังนั้น เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง คุณพ่อคุณแม่จึงควรสร้างวินัยที่ดีให้กับลูกตั้งแต่ยังเป็นเด็กด้วยการดื่มน้ำสะอาดให้ครบตามความต้องการในแต่ละวันเพื่อคืนความสดชื่นให้กับร่างกายจากการสูญเสียน้ำจากการที่เด็กทำกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน วิธีง่ายๆ คือการส่งเสริมให้ลูกน้อยดื่มน้ำ 8 ช่วงเวลา เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำต่อวันเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

“เริ่มต้นแก้วแรกของวัน ด้วยการดื่มน้ำ 1 แก้วหลังตื่นนอนเพื่อคืนความสดชื่นพร้อมรับวันใหม่ ถัดมาคือหลังอาหาร 3 มื้อ เพื่อช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบย่อยอาหารในระหว่างวัน เด็กๆ ควรเติมความสดชื่นระหว่างช่วงพักเรียนและเมื่อทำกิจกรรมต่างๆ ก็อย่าลืมคืนความสดชื่นหลังเสียเหงื่อ จากนั้นเติมน้ำให้สมอง ดื่มน้ำอีกแก้วในช่วงทำการบ้านทบทวนบทเรียน ส่งท้ายวันด้วยการดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนเข้านอนและหลับฝันดี”

ทั้งนี้ ปริมาณการดื่มน้ำต่อวันต้องพิจารณาถึงอาหารในรูปของเหลวอื่น เช่น นม น้ำแกง น้ำซุป เป็นต้น และต้องพิจารณาถึงความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงจากกิจกรรมที่ลูกทำระหว่างวันด้วย

ปลาทู` ของดีที่ไม่ควรมองข้าม

ปลาทู` ของดีที่ไม่ควรมองข้าม

ขณะที่เราๆ นั้นเอะอะอะไรก็ปลาแซลมอนกันไปหมด จนลืมปลาทูไทยหน้างอคอหักแถวแม่กลอง ราคาก็ถูกกว่าแซลมอนหลายบาท โอเมก้า 3 ก็เยอะมาก โดยเนื้อปลาทู 100 กรัม จะให้โอเมก้า 3 ประมาณ 2-3 กรัม ซึ่งเพียงพอที่ร่างกายต้องการ

นำปลาทูนึ่งทอดกินกับน้ำพริก ต้มยำปลาทู เมี่ยงปลาทู ปลาทูทอดขมิ้น ฉู่ฉี่ปลาทู เยอะแยะได้อีกหลายเมนู แล้วยังมากมายด้วยคุณค่าอีกด้วย เพียงแต่บางเมนูจะทำลายโอเมก้า 3 ไปมากด้วยความร้อนสูง เราจึงต้องเลือกกันหน่อยว่าจะนำปลาทูมาทำอะไรกินกันดีเพื่อให้ได้โอเมก้า 3 กันเต็มๆ

ปลาทูทอด การทอดปลาทูในน้ำมันจะทำให้โอเมก้า 3 ถูกทำลาย ละลายหายไปอยู่ในน้ำมัน ดังนั้นจึงอาจทอดปลาทูด้วยไฟกลางในน้ำมันแบบแค่พอเปื้อนกระทะเพื่อให้น้ำมันร้อนๆ ทำให้หนังปลาทูพองเหลืองน่ากิน

ต้มยำปลาทูสด เป็นเมนูที่นอกจากจะได้คุณค่าของปลาทูแล้ว ยังได้ซดน้ำที่อุดมไปด้วยคุณค่าจากสมุนไพร เช่น ตะไคร้ ข่า หอมแดง ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง น้ำมะขามเปียก น้ำมะนาว และพริกขี้หนู แบบนี้คุณค่าเต็มเปี่ยมไม่ไปไหนแน่

เมี่ยงปลาทู เป็นเมนูโอเมก้า+สมุนไพร ที่อร่อยเต็มคำ เต็มคุณค่า

ยำปลาทู-ขนมจีน เป็นเมนูแนะนำ ที่อิ่มแบบไม่ต้องมีข้าวสวย แล้วโอเมก้า 3 ยังไม่ถูกทำลายด้วยความร้อนสูงอีกด้วย เพราะเราจะใช้ปลาทูนึ่งมาแกะเนื้อยำกับสารพัดสมุนไพรอย่างตะไคร้ ผักชีฝรั่ง หอมแดง บีบมะนาว น้ำปลา แล้วคลุกเข้ากับขนมจีน เติมน้ำปลาและมะนาว พริกขี้หนูซอยเพิ่มให้ได้รสยิ่งขึ้น

คุณค่าในปลาทู มีตั้งแต่ วิตามินดี ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส เพื่อไปซ่อมแซมกระดูกและฟัน รักษาระบบประสาท การทำงานของหัวใจ

ไอโอดีน ส่วนประกอบสำคัญของฮอร์โมน ควบคุมการทำงานของร่างกายให้เจริญเติบโตอย่างปกติ

กรดอะมิโนโปรตีน ที่จำเป็นต่อร่างกายสูงกว่าปลาชนิดอื่น โดย เฉพาะไลซีน ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น และข้อ ส่วนทรีโอนีน ซึ่งจำเป็นต่อความเจริญเติบโตในวัยเด็ก

โอเมก้า 3 ประโยชน์จากโอเมก้า 3 ต่อร่างกายนั้นมากมาย เช่น ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ เนื่องจากช่วยป้องกันการเกิดก้อนไขมันในสมอง ช่วยลดภาวะการอักเสบของร่างกาย ช่วยเพิ่มศักยภาพการเรียนรู้ เพิ่มสมาธิ ความจำ และปรับสมดุลอารมณ์

ข้อควรระวัง หญิงมีครรภ์ไม่ควรรับประทานปลาทู รวมถึงปลาและสัตว์น้ำประเภทอื่นมากจนเกินไป เพราะเป็นอันตรายต่อพัฒนาการสมองของเด็กในครรภ์โดยสารเมธิลเมอร์คิวรี่ ซึ่งเกิดจากน้ำเสียที่ถูกปล่อยจากโรงงานอาจปนเปื้อนในตัวปลา

ปลาทูอร่อยต้องเป็นปลาทูในช่วงเดือน 8-11 โดยเฉพาะปลาทูแม่กลอง เพราะเป็นช่วงน้ำหลาก ทำให้ระบบนิเวศสามน้ำนำความสมบูรณ์มาเป็นอาหารของปลา จึงทำให้ปลาทูที่จับได้ในช่วงเดือนนี้มีเนื้ออร่อยที่สุด แต่ถึงยังไงเราก็ยังควรกินปลาทูกันตลอดทั้งปีด้วยนะคะ ไม่จำเป็นต้องรอกินเฉพาะช่วงอร่อยเท่านั้น เพื่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพสมองด้วยค่ะ