40,000คนรำบวงสรวงศาลเหลักเมืองขอนแก่น

ขอนแก่นสร้างประวัติศาสตร์ นางรำร่วม 40,000 คน รำบวงสรวงศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ครบตั้งเมือง 220 ปี

ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดงาน พิธีรำบวงสรวงศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ในโอกาสครบรอบก่อตั้งจังหวัดขอนแก่น ครบ 220 ปี และน้อมเกล้าฯถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีนางรำจากทั้ง 26 อำเภอของ จ.ขอนแก่น พร้อมใจกันสวมใส่ชุดรำด้วยผ้าไหมไทยที่เป็นแบบเดียวกัน แยกเป็นฝ่ายหญิง สวมใส่ผ้าถุงสีดำ เสื้อไหมสีขาว ผ้าสไบพาดบ่าสีดำ กลัดผมด้วยดอกคูณสีเหลือง ฝ่ายชายสวมใส่กางเกงโจงกระเบนสีดำ เสื้อไหมสีขาว สไบพาดบ่าสีดำ โดยมีลงทะเบียนเพื่อร่วมรำครั้งนี้เบื้องต้น 35,000 คนแต่เมื่อถึงเวลาจริงมีผู้มาร่วมรำบวงสรวงเกือบ 40,000 คน ทำให้เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรโดยรอลศาลเจ้าพ่อหลักเมือง รวม 5 เส้นทางเพื่อจัดกิจกรรมครั้งประวัติศาสตร์ของ จ.ขอนแก่น ในครั้งนี้

นายพงษ์ศักดิ์ ปรีชาวิทย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การรำครั้งนี้มีชื่อว่า “รำดอกคูณเสียงแคน” ซึ่งเป็นท่ารำประจำจังหวัดขอนแก่น มีนางรำจากทุกอำเภอของจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาร่วมกันฟ้อนรำ ถือเป็นครั้งแรกและครั้งเป็นประวัติศาสตร์ของเมืองขอนแก่น ที่มีนางรำมากกว่า 35,000 คน มาฟ้อนรำพร้อมกัน และ เป็นการถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ 9 และ เพื่อเป็นการบวงสรวงศาลหลักเมืองให้เกิดความเป็นสิริมงคลก่อนจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น (ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-28 กุมภาพันธ์ 2560) ตลอดจนเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระขอนแก่น 220 ปี ให้เกิดความร่มเย็นแก่ชาวขอนแก่นและผู้ที่ร่วมรำในครั้งนี้อีกด้วย

น้ำตาล สวนกลับคนดราม่า!! ไม่ได้ดังแล้วยิ่ง แต่หนูเป็นคนหน้านิ่ง

กลายเป็นขวัญใจนางงามทันทีหลังจบการประกวดมิสยูนิเวิร์ส2016 สำหรับสาว “น้ำตาล ชลิตา” แต่บินกลับมาไทยได้ไม่ถึงเดือนก็เกิดกระแสดราม่าเบาๆ เมื่อเธอถูกกระแสโจมตีดังแล้วหยิ่ง เข้าถึงตัวยากมากขึ้น

ซึ่งงานนี้พอสาว “น้ำตาล” ได้ยินก็รีบออกมาชี้แจงทันที โดยเจ้าตัวได้เผยให้ฟังว่า อาจตะเป็นเพราะช่วงนี้เธองานเยอะจึงทำให้ไม่มีเวลาทักทายแฟนคลับ แต่ยืนยันไม่ได้ดังแล้วหยิ่งแน่นอน เพราะเรื่องหยิ่งเธอถูกว่ามานานแล้วเนื่องจากหากไม่ได้ยิ้มจะเป็นคนหน้านิ่งเท่านั้นเอง

เห็นว่าวันนี้ริชาร์ต(นักข่าวฟิลิปปินส์)มาหาเรา?
“เขาก็แท๊คในไอจีว่าเขาจะมา เขาบอกหลังจากนี้จะไปพัทยาไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ต่อ”

หลายคนเชียร์ว่าจิ้นกัน?
“ไม่ได้มีอะไร เขาเป็นนักข่าวที่เราสัมภาษณ์กับเขาบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมายก็คุยกันตามประสา มันยังไม่มีอะไรค่ะ”

มีนัดเจอกันชวนกันไปไหน?
“ไม่ได้ชวน แล้วตาลเองก็ไม่ได้ว่างไปไหนด้วย กลับถึงห้องพักก็หลับ ไม่ได้เล่นโทรศัพท์อะไรเลย หัวใจยังว่างค่ะ ยังไม่มีแฟนเดี๋ยวแม่ว่า”

เขาบอกว่ามาเพื่อมาหาเราเลย?
“ไม่หรอกค่ะ(หัวเราะ) เขาก็มาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนเขา เราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวขนาดนั้น ไม่ได้มีคอนแทคติดต่อกัน เจอก็เจอแค่2-3ครั้งเอง”

เพื่อนๆ นางงามแซวว่าเขาเชียร์เราออกนอกหน้านอกตา?
“ไม่หรอกค่ะ คนอื่นก็เชียร์เราเหมือนกัน เราก็ไม่รู้ว่าใครเชียร์อะไรยังไง”

หมู พิมพ์ผกา ก็เชียร์เรา?
“ก็เพิ่งมาเห็นตอนที่มีคนส่งมาให้ดูนี่แหละ ก็ขอบคุณมากที่เชียร์และให้ทุกคนช่วยโหวตให้ตาล”

ถึงขั้นจะยกน้องนายลูกชายให้เลยถ้าช่วยโหวต?
“ก็ไม่ใช่ให้ตาลนิค่ะ(หัวเราะ) ยกให้แฟนๆ ก็มีโอกาสได้เจอกันตามงานค่ะ นายก็บอกว่าแม่ผมเชียร์พี่หนักมาก น้องนายเขาน่ารักค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้เจอแม่หมูเลยค่ะ ถ้าเจอก็จะขอบคุณแม่หมูที่เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ทำให้คนเชียร์เรา”

มีดราม่ามาว่าแฟนๆ เข้าถึงตัวเรายากหลังจากกลับมาจากฟิลิปปินส์?
“ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะด้วยตอนที่เขาเจอเรารีบ ด้วยช่วงนี้งานเราเยอะ วันๆ นึงต้องไปหลายที่ ใครเข้ามาขอถ่ายรูปเรายินดี เราอยากถ่ายรูปกับทุกคนใครครบเลยถ้าไม่รีบ แต่ทางทีมงานเขาก็รีบให้เราไปทำงานอย่างอื่นต่อ ตาลเหมือนเดิมทุกอย่างค่ะ”

คนเลยมองว่าดังแล้วหยิ่ง?
“เรายังไม่ดังขนาดนั้น อย่างที่เคยบอกเรื่องหยิ่งกับตาลมีมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียน ถ้าหนูไม่รู้จักใครจะชอบทำหน้านิ่งๆ พอนิ่งๆ ไม่ยิ้ม ก็จะดูหยิ่ง เชิด จริงๆ แล้วเราไม่มีอะไรเลย”

ศรีวราห์รอสอบ7ตร.ปล้นปืนยันไม่โยงขอนแก่นโมเดล

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับมอบตัว ผู้ต้องหายักยอกอาวุธปืน เร่งสอบนำไปก่อคดีหรือเกี่ววข้องกับการชุมนุมทางการเมืองในอดีตหรือไม่

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางเข้า รับมอบตัว ร.ต.ท.จันทร์เพ็ชร บุญผ่องศรี/ด.ต. กิติชัย จุลเหล่า /ด.ต.นิมิตร สานก้อย / ด.ต.สุชาติ ใจตาง/ ด.ต.นิติพงษ์ มาตรี / ด.ต.สำเร็จ นามปราศัย/ด.ต.สัมฤทธิ์ หงส์คะ/ อดีตตำรวจ ตชด. และ ตำรวจภูธร ทั้งในและนอกราชการที่ก่อเหตุยักยอกอาวุธปืน 885 กระบอก ไปจากค่าย ตชด.ที่ 24 จ.อุดรธานี เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2555 จากมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) มาให้ตำรวจกองปราบปรามรับไว้ดำเนินคดีจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดเข้าตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติ และสอบปากคำ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากปี 2554 พบว่ามีการปล้นอาวุธปืน รองนายกฯได้สั่งให้ติดตามคดี จนกระทั้งพบว่าผู้ต้องหาได้นำปืน HK และ ปืน M16 ออกจากค่าย ตชด.ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้ควบคุมตัวและส่งให้ตำรวจ ส่วนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มขอนแก่นโมเดลหรือไม่หนึ่งในผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าขโมยปืนออกไปจำนวน 20 กระบอก และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น โดยขณะนี้สามารถติดตามปืนกลับมาได้เพียง1กระบอก ส่วนปืนที่เหลือจะนำไปก่อคดีหรือเกี่ววข้องกับการชุมนุมทางการเมืองในอดีตหรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบสวนทั้งนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้

ผบช.ภ.4เรียกประชุมด่วนคดีปืนหาย880กระบอก

ผบช.ภ.4 เรียกประชุมด่วนคดีปืนหาย880 กระบอก ของตชด.24 ปิดปากเงียบไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ

พล.ต.ท. จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 ได้เดินทาง มายังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยมี พ.ต.อ.เนติพงศ์ ธาตุทำเล ,พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เพื่อแระชุมความคืบหน้าของคดี อาวุธปืนหาย จำนวน 880 กระบอก ของตชด.24 ทั้งนี้จากกรณีที่มีแหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวผู้ต้องหา 7 ราย ที่ก่อเหตุขโมยปืนจำนวน 885 กระบอก จากค่าย ตชด.24 จ.อุดรธานี ตั้งแต่ปี 2555 โดยสามารถคุมตัวได้จากสถานที่แห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 14ก.พ.60ที่ผ่านมา และ ขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกคุมตัว และสอบสวนอยู่ที่ มทบ.11 ในตอนนี้ จากนั้นผบช.ภ.4 ได้เข้าไปในห้องประชุมดยมีนายตำรวจ ฝ่ายสอบสวน และฝ่ายสืบสวนเข้าร่วมประชุมเพื่อวางแนวทาง ในการทำงานต่อไป โดยไม่สื่อมวลชนเข้าไปรับฟังการประชุมในครั้งนี้ เนื่องจากหน่วยเหนือ ให้ทำคดีนี้เป็นเรื่องลับไม่ให้เปิดเผยเนื่องจากอาจจะมีผลกระทบในรูปคดี หรืออาจจะมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่านี้ หลังจากใช้เวลาประชุมประมาณ เกือบ2 ชั่วโมง ผบช.ภ.4 ได้ออกจากห้องประชุม แล้วได้ทำการปฏิเสธ ให้สัมภาษณ์ ในคดีนี้ บอกเพียงว่า มาติดตามในคดีค้างเก่าเท่านั้น ก่อนขึ้นรถประจำตัว ขับออกไป

แหล่งข่าวได้ระบุว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจ ร่วมกับฝ่ายทหาร ได้เข้าไปตรวจค้นบ้านพัก ของผู้ต้องหา ซึ่งได้หลักฐาน บางอย่าง เช่น เอกสารการเงินและเอกสารบางอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน โดยหลักฐานเหล่านี้ จะนำไปประมวลหาความเชื่อมโยงว่ามีใครเกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะส่งเรื่องไปให้ ปปท. ต่อไป

พ่อเมืองเพชรบูรณ์เยี่ยมนทท.เหยื่อสองแถวตกเขา

ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์รุดเยี่ยมเด็กหญิง นทท.เหยื่ออุบัติเหตุรถสองแถวท่องเที่ยวตกเขา ย้ำสัปดาห์หน้าเตรียมประชุมจัดระเบียบ

ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเพชรบูรณ์ นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมนางอังคณา หัตถกิตโกศล นายกเหล่ากาชาดจังหวัด ได้เข้าเยี่ยม”น้องแกรน” ด.ญ.กนกนุช อุบลธานี อายุ 3 ปีเศษ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถสองแถวท่องเที่ยวตกเขาภูทับเบิก กระดูกต้นขาซ้ายหักจนต้องเข้าเผือกไว้ ปัจจุบันพักอยู่ที่บ้านพักเด็กดังกล่าวพร้อมน้องสาว ด.ญ.ชญานิษฐ์ อุบลธานี “น้องเกรซ” อายุ 2 ปีเศษ โดยมีนางวัฒนา สว่างเนตร อายุ 49 ปีคุณยายช่วยดูแลเด็กทั้งสอง เนื่องจากนางสุภาพร สว่างเนตร อายุ 23 ปีมารดาของเด็กทั้งสองยังนอนพักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์

โดยนางสายอรุณ ศรีจินดา หัวหน้าบ้านพักเด็กฯระบุว่า ระหว่างที่เด็กพักอาศัยอยู่ที่บ้านพัก จะมีนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา คอยจัดกิจการฟื้นฟูเป็นระยะๆ ประกอบกับมีคุณยายมาช่วยดูแลในภายหลัง ส่งผลให้เด็กมีสภาพจิตใจดีขึ้นตามลำดับ ในขณะที่นายพิบูลย์ถึงกับคลายความวิตกกังวลหลังเห็นสภาพจิตใจของเด็กทั้งสองซึ่งมีอารมณ์แจ่มใสและยังอยู่ที่บ้านพักตีอไปอีกกว่า 1 เดือนจนกว่าน้องแกรนจะถอดเผือกออก และยังระบุถึงการเดินหน้าจัดระเบียบรถสองแถวท่องเที่ยวต่อไป โดยในสัปดาห์หน้ามีการจัดประชุมคณะกรรมการเพื่อให้รถเหล่านี้ต้องเข้าสู่ระบบให้หมด และในฤดูกาลท่องเที่ยวในปลายปีนี้รถบริการท่องเที่ยวเหล่านี้ต้องสู่ระบบถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด

3ผู้เสียหายร้องป.ถูกหลอกปล่อยเงินกู้แล้วเชิดหนี

แม่บ้าน พร้อมผู้เสียหาย 3 รายร้องกองปราบถูกหลอกปล่อยเงินกู้ผ่านเฟสบุ๊ค อ้างจะได้ดอกเบี้ยคืน20% เสียหาย20รายกว่า 15 ล้านบาท

น.ส.วรรณวิมล มณีรัตนาพฤกษ์ อายุ 40 ปี อาชีพแม่บ้าน และผู้เสียหาย 3 ราย พร้อมด้วย น.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือทนายนิด้า ทนายความ เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน กองปราบปราม ดำเนินคดี กับ นางสาวส้ม ผู้ต้องหา ในคดี ฉ้อโกงประชาชนโดยนำสลิปโอนเงินธนาคาร และเอกสารการติดต่อกันผ่านทางเฟซบุ๊กระหว่างผู้เสียหายกับ น.ส.อัมพร มามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

น.ส.วรรณวิมล กล่าวว่า ช่วงเดือนกันยายน 2559 ได้รู้จักกับ น.ส.ส้ม ผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่ง น.ส.ส้ม อ้างว่าตัวเองทำธุรกิจหลายอย่าง ต้องการขอกู้ยืมเงินจากตนโดยเสนอที่จะให้ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยร้อยละ 20 สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ และคืนเงินให้ในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 5-7 วัน จึงสนใจให้ น.ส.ส้ม กู้เงินไปเป็นจำนวน 1 แสนบาท ซึ่งสัปดาห์ถัดมา ก็ได้เงินคืนเป็นจำนวน 1.2 แสนบาท เมื่อเห็นว่าได้ดอกเบี้ยจริง และได้อัตราสูงตามที่กล่าวอ้าง จึงให้กู้เงินเพิ่มไปอีก โดยให้กู้เรื่อยมา กระทั่งประมาณปลายปี 2559 ก็เริ่มได้รับเงินค่าตอบแทนคืนไม่ครบตามที่ตกลงกัน จนที่สุดก็ไม่ได้รับเงินคืนเลย

น.ส.วรรณวิมล กล่าวต่อว่า ได้นำเงินไปให้ น.ส.ส้ม กู้ยืมรวมแล้วประมาณ 8 ล้านบาท มีการคืนเงินมาประมาณ 7 ล้านบาท แต่ส่วนที่เหลือยังไม่ได้รับคืน เมื่อทวงถามไป น.ส.ส้ม ก็จะอ้างว่ายังติดขัดปัญหาในการหมุนเงินจะพยายามเร่งคืนเงินให้ครบ โดยมีข้อเสนอให้ทำสัญญากู้ยืมเงินต่อกันเอาไว้ แต่ในที่สุดจากที่เคยติดต่อได้ ภายหลังก็ติดต่อไม่ได้อีกเลยนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 จึงเชื่อว่าน่าจะถูกหลอกลวง นอกจากนี้ยังทราบว่ามีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวงเช่นเดียวกันตนอีกกว่า 20 ราย รวมมูลค่าเสียหายกว่า 15 ล้านบาท จึงนัดหมายรวมตัวกันเข้าแจ้งความที่ บก.ป.ในครั้งนี้

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงจับยาบ้า 9 แสนเม็ด

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงจับยาบ้า 9 แสนเม็ด นำเข้าจากเมียนมาร์ ใช้รถดัดแปลง แต่ไม่รอด

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงานจับกุมยาเสพติดนำเข้ารายสำคัญ โดยจับกุมผู้ต้องหา 1 คนคือ นายสันติ อายุ 38 ปี ชาวอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 9 แสนเม็ด บรรทุกในรถดัดแปลง ทั้งนี้จากการสอบสวนพบว่านายสันติ ได้ขับรถกระบะ โตโยต้า ซึ่งมีช่องลับซุกซ่อนยาเสพติดจากประเทศเมียนมาร์ ด้านแนวจังหวัดเชียงราย เพื่อนำเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงได้ติดตามพฤติกรรม จนกระทั่งวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พบนายสันติ ขับรถยนต์คันดังกล่าว ข้ามไปยัง จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า จึงเฝ้าสังเกตการณ์ ก่อนที่นายสันติ จะขับออกมา ผ่าน อำเภอแม่สาย และอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ จนเข้าเขต อำเภอดอยสะเก็ด เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวและเรียกตรวจ เบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ได้นำตัวไปสอบปากคำและตรวจค้นอย่างละเอียด จนพบยาบ้า ซุกซ่อนในช่องลับกระบะจำนวนมาก ถึง 450 มัด รวมยาบ้า 900,000 เม็ด จึงจับกุมตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป

วิษณุมอบประกาศนียบัตรปิดอบรมโฆษกกระทรวง

‘วิษณุ’ มอบประกาศนียบัตรปิดอบรมหลักสูตร ‘โฆษกกระทรวง’ ย้ำคนทำหน้าที่ต้องมีความรู้ ความสามารถในการสื่อสารกับประชาชน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรและปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “โฆษกกระทรวง นักบริหารสื่อสารมวลชนสัมพันธ์ รุ่นที่ 2” โดยนายวิษณุ ได้กล่าวว่า การเป็นโฆษกกระทรวงนั้นควรที่จะต้องมีความรู้ ความสามารถ ในการสร้างความรับรู้ความเข้าใจ กับประชาชน เพราะในฐานะโฆษกประจำกระทรวงนั้นๆ จึงจะต้องมีความรอบรู้ รู้เท่าทันกระแสข่าวต่างๆ ที่ประชาชนสนใจ ในทุกช่องทาง ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์และต้องสามารถใช้ช่องทางสื่อให้เป็นประโยชน์ ดังนั้นโฆษกประจำกระทรวงนั้นเป็นหน้าที่สำคัญในการกระจายข้อความ ข่าวสาร สร้างความรับรู้ความเข้าใจให้กับสื่อมวลชนหรือประชาชนให้เข้าใจตรงกัน และต้องเป็นตัวแทนในการประสานความร่วมมือในการทำงานของแต่ละกระทรวงต่างๆ

แห่กราบหลวงพ่อพระใส-หลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อ

หนองคาย- ประชาชน ผู้แสวงบุญ และนักท่องเที่ยว เดินทางไปกราบพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองคึก

ที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย และวัดศรีชมภูองค์ตื้อ (วัดน้ำโมง) อ.ท่าบ่อ พบว่ามีพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดหนองคาย ผู้แสวงบุญ และนักท่องเที่ยว เดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อพระใส และหลวงพ่อพระเจ้าองค์ตื้อขอพร และทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2560 กันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ท่าบ่อ และผู้นำชุมชนดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ผู้แสวงบุญ และนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่จะแฝงตัวเข้ามาในช่วงนี้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือให้ประชาชน ผู้แสวงบุญ และนักท่องเที่ยวได้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัดด้วยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา
ทั้งนี้ จังหวัดหนองคาย ได้มีการจัดกิจกรรมวันมาฆบูชาต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวันสำคัญทางศาสนา เรียนรู้ความเป็นมาของวันมาฆบูชา และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ได้นำหลักธรรมทางศาสนามาเป็นหลักในการดำเนินชีวิตเพื่อความสงบสุข ทำนุบำรุง และสืบทอดประเพณีทางพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป.

191 รวบ นศ.ม.ดังขายกระเป๋าแบรนด์เนมปลอม

ตำรวจ 191 รวบ นักศึกษามหาลัยดังย่านลาดพร้าว ขายกระเป๋าแบรนด์เนมละเมิดลิขสิทธิ์ สารภาพอ้างหาเงินรักษาพ่อป่วย

ตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 เข้าตรวจสอบห้องพักจำนวน 3 ห้อง ในอพาร์ทเม้นแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว 101 ซอย 38 พบกระเป๋าละเมิดเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อดัง อาทิ หลุยส์วิกตอง กุซซี่ ชาแนล เอ็มซีเอ็ม จำนวนกว่า 300 รายการ สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท

โดย มีนายอภิสิทธิ์ เจริญคง นักศึกษา ปี 3 มหาวิทยาลัยเอกชนย่านลาดพร้าว รับสารภาพเป็นเจ้าของสินค้า พร้อมให้การอ้างว่า สาเหตุที่ขายเพราะต้องการหาเงินรักษาบิดาจำนวนหลายแสนบาท โดยรับสินค้ามาจากตลาดโรงเกลือนวนคร ก่อนนำมาจำหน่ายผ่านทางเฟสบุ๊กไลฟ์ และเช่าห้องในการพักสินค้าที่อาคารแห่งนี้ โดย ทำมานานกว่า 4 เดือนแล้ว
ส่วนด้านพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ระบุว่า เจ้าหน้าที่มีการกวดขันผู้ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และละเมิดเครื่องหมายการค้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้ที่ขายผ่านทางสังคมออนไลน์ ได้มีการขึ้นบัญชีไว้แล้ว และฝากเตือน ไปยังผู้ที่ขายอยู่ขอให้เลิกกระทำผิดกฎหมาย เพราะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและประเทศอย่างมาก