คลังเก็บรายเดือน: เมษายน 2017

วิธีต่อสู้กับความอยากกินช็อกโกแลต

วิธีต่อสู้กับความอยากกินช็อกโกแลต

มีการวิจัยอย่างหลากหลายถึงคุณประโยชน์และโทษของช็อกโกแลต หากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะและรู้ว่าแค่ไหนถึงจะได้ประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าบริโภคมากเกินไปรับรองว่านอกจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงและเสี่ยงเป็นโรคอ้วนแล้ว อาจจะเป็นสิวทำให้หมดความมั่นใจยิ่งขึ้น เพราะการออกแบบหลายรูปทรงหลายรสหลายยี่ห้อของช็อกโกแลตทุกวันนี้ ช่างสร้างความยั่วยวนให้ลองลิ้มชิมรส จนเป็นเรื่องยากที่คนชอบช็อกโกแลตจะหักห้ามใจ

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลียเผยว่า มีการวิจัยใหม่ระบุว่าคนเรานั้นสามารถใช้ความตระหนักรู้ในตนเองเพื่อต่อสู้และลบความคิดอยากกินช็อกโกแลต เพื่อจัดการกับปัญหาความอยากกินขณะที่ยังไม่หิว ทั้งนี้ การกำหนดเป้าหมายความคิดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ต้องเริ่มเปลี่ยนภาพช็อกโกแลตในสมองทันทีก่อนที่จะกลายเป็นความรู้สึกอยากกินถึงขีดสุด และทำให้เราสวาปามของหวานอย่างไม่บันยะบันยัง

ฉะนั้นการหลีกเลี่ยงความอยากกินช็อกโกแลตนั้นอาจทำได้ง่ายๆ คือพยายามจินตนาการอย่างอื่นเข้ามาทดแทน เช่น การท่องเที่ยวเดินป่า เดินริมชายหาด หรือกิจกรรมอื่นๆที่จะทำให้สมองของเราหยุดคิดถึงช็อกโกแลต.

ผ่อนคลายสายตา แก้ปัญหาตาแห้ง

ผ่อนคลายสายตา แก้ปัญหาตาแห้ง

การผ่อนคลายสายตา  เป็นการป้องกันโรคตาแห้งที่ได้ผลดี เพื่อให้ดวงตาสดใสอยู่เสมอ  เรามีวิธีป้องกันตาแห้งและถนอมดวงตามาฝากค่ะ
น้ำตาของคนเรานั้น มีประโยชน์ในการช่วยเคลือบและคลุมผิวตาไม่ให้แห้ง หล่อลื่นดวงตาให้เกิดความสบายตา   ลดการระคายเคืองทุกครั้งที่เรากระพริบตา และที่สำคัญคือมีสารซึ่งมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรค หากน้ำตาน้อยจะทำให้เกิดภาวะตาแห้ง ส่งผลให้เกิดความไม่สบายตาและตามัว

อาการตาแห้งมีหลายสาเหตุ แต่ที่พบบ่อย คือ มีการสร้างน้ำตาลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอายุมากขึ้น การรับประทานยาบางอย่าง เช่น ยาแก้แพ้ ยาคลายเครียด การใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่ถูกวิธี ภูมิแพ้ที่ตาหนังตาหรือเยื่อตาอักเสบเรื้อรัง  รวมถึงผู้ที่เคยทำเลสิก ผ่าตัดตา ผู้มีปัญหาหลับตาไม่สนิท ตลอดจนช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้ง ลมแรง  ดื่มน้ำน้อย  การอ่านหนังสือหรือใช้คอมพิวเตอร์นานๆ  ก็สามารถทำให้น้ำตาระเหยไปได้เช่นกัน

ดังนั้นการดูแลและป้องกันตาแห้ง ควรดูตามสาเหตุค่ะ

– หากต้องใช้สายตาหรืออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ควรพักสายตาทุก 30-60 นาที ด้วยการหลับตา   1-2 นาที กะพริบตาบ่อยๆ

– ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ก็ไม่ควรใส่นานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน

– ผู้ที่ต้องรับประทานยาที่แก้แพ้เป็นประจำ อาจจำเป็นต้องใช้น้ำตาเทียมช่วย

– ดื่มน้ำมากๆ

– หลีกเลี่ยงที่ที่มีลมแรง แต่ถ้าต้องอยู่ในที่ที่อากาศแห้ง ร้อน หรือมีลมพัด ควรสวมแว่นเพื่อ

กันแดดและลมที่เป็นสาเหตุทำให้ตาแห้งได้

– นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา พวกผัก ผลไม้ ปลาหรืออาหารทะเล

ที่มีกรดไขมันที่จำเป็นหรือโอเมก้า-3 จะช่วยให้น้ำตาระเหยช้าลง

อย่างไรก็ตาม เราควรทะนุถนอมดวงตาด้วยการพักสายตาเป็นระยะๆ ไม่ใช้สายตาติดต่อกัน

นานๆ หลายชั่วโมง และกะพริบตาบ่อยๆ ให้มีน้ำตาเคลือบตาตลอดเวลา เพราะถ้าเราปล่อยให้ตาแห้งมากๆ จะทำให้กระจกตาไม่เรียบใส  ผิวกระจกตาอักเสบ จะทำให้มีอาการระคายเคืองและตาพร่ามัวได้ค่ะ

ยืนทำงาน ออกกำลังอย่างไร

ยืนทำงาน ออกกำลังอย่างไร

คนทำงานที่ต้องยืนนานมักประสบปัญหาอาการปวดน่อง เท้า และหลัง เป็นประจำ แถมด้วยอาการหลอดเลือดขอด ยืนทำงานมีผลเสียอย่างไรบ้าง

การยืนนานๆ จะส่งผลให้ร่างกายมีอาการผิดปกติ ดังต่อไปนี้

1. มีน้ำหนักกดอยู่ที่ฝ่าเท้าเป็นเวลานาน

2. กล้ามเนื้อน่องต้องทำงานตลอดเวลา

3. มีเลือดคั่งค้างอยู่ที่เท้า เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก

4. หลังจะแอ่นเพราะกล้ามเนื้อหลังและขาจะล้าจากการยืนนาน

ผู้ที่ต้องยืนทำงานเป็นเวลานานๆ เช่น พนักงานขายสินค้าตามห้าง คนงานแกะกุ้ง คนงานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ครู ฯลฯ มักมีปัญหาที่ เท้า น่อง หลัง และอาการหลอดเลือดขอด

แก้ไขได้อย่างไรบ้าง

การปรับสภาพงานและการจัดการ เป็นวิธีการแก้ไขอันดับแรก เช่น การให้มีที่พักเท้า การหาพรมรองขณะยืนเพื่อลดแรงกดที่เท้า การยืนสลับกับการนั่งทำงาน ฯลฯ การออกกำลังกายจะช่วยเสริมในป้องกันอาการดังกล่าว ขอเน้นว่าต้องปรับสภาพงานก่อนแล้วจึงเสริมด้วยการออกกำลัง

ชนิดของมะเร็งปอด

ชนิดของมะเร็งปอด

โรคมะเร็งปอดมีได้หลากหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยมีสองชนิดหลัก คือ ชนิดเซลล์ตัวโต (ตัวใหญ่ หรือ Non-small cell carcinoma) และชนิดเซลล์ตัวเล็ก (Small cell carcinoma)

โรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวโต พบได้บ่อยกว่าชนิดเซลล์ตัวเล็กมาก มักลุกลามอยู่ในปอดและเนื้อเยื่อข้างเคียงก่อน ต่อจากนั้นจึงลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่ขั้วปอด และในช่องอก แล้วจึงแพร่กระจายเข้าสู่กระแสโลหิต (เลือด)

โรคมะเร็งปอดชนิดเซลล์ตัวเล็ก พบได้น้อยกว่าชนิดเซลล์ตัวโตมาก แต่รุนแรงกว่า เมื่อตรวจพบ โรคมักลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง และแพร่กระจายสู่กระแสโลหิตแล้ว

โรคมะเร็งปอดทั้งสองชนิด เมื่อแพร่กระจาย มักเข้าสู่ เนื้อเยื่อปอดในส่วนอื่นๆ สู่เยื่อหุ้มปอด กระดูก สมอง ต่อมหมวกไต และตับ

ใบกล้วย

ใบกล้วย

ใบกล้วยสด มีสีเขียวเข้ม มีสารอาหารที่สำคัญ เช่น โปรตีนคิดจากน้ำหนักแห้งประมาณ 12 เปอร์เซ็นต์ มีเยื่อใยประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบคุณค่าทางอาหารของใบกล้วยสด มีระดับโปรตีนใกล้เคียงกับหญ้าขนสด มีโปรตีนใกล้เคียงกับพืชตระกูลถั่ว

นำมาใช้เป็นอาหารหยาบสำหรับเลี้ยงโค-กระบือ ร่วมกับฟางข้าว และหญ้าแห้ง จะทำให้โค-กระบือกินอาหารมากขึ้น การนำใบกล้วยหั่นเป็นฝอยตากแห้งแล้ว นำมาผสมอาหารข้นเลี้ยงสุกร หรือสัตว์ปีก อาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าจะลดต้นทุนการผลิตได้ เนื่องจากใบกล้วยมีเยื่อใยสูงไม่มากนัก สัตว์กระเพาะเดี่ยวสามารถใช้ประโยชน์ได้มากพอสมควร

ใบมะกรูด..แก้โรคนอนไม่หลับ

ใบมะกรูด..แก้โรคนอนไม่หลับ

คนเป็นโรคนอนไม่หลับโดยไม่มีสาเหตุกันเยอะ เป็นแล้วร่างกายซูบซีดดูไม่ได้ ในทางสมุนไพรมีหลายวิธีพอช่วยได้ และหนึ่งในจำนวนดังกล่าวมี “ใบมะกรูด” รวมอยู่ด้วย

โดยการ เอาใบสดไปตากแห้งคั่วไฟอ่อนๆในกระทะจนเหลืองหรือกรอบใส่โหลไว้ จากนั้นใช้ 1 หยิบมือชงกับน้ำร้อน 1 แก้ว ดื่มต่างน้ำหรืออย่างน้อยวันละ 3-4 แก้ว จะช่วยทำให้นอนหลับอย่างสบายตอนกลางคืนได้อย่างเหลือเชื่อ วิธีดังกล่าวนิยมใช้มาแต่โบราณแล้วได้ผลดีระดับหนึ่ง

มะกรูด หรือ CITRUS HYSTRIX DC. อยู่ในวงศ์ RUTACEAE มีสรรพคุณทางสมุนไพร ผลสดนำไปดองเกลือแล้วเอาไปใช้เป็นยาฟอกเลือดในสตรี เป็นยาขับลมในลำไส้ ขับระดู แก้ลมจุกเสียด แก้โรคลักปิดลักเปิดดีมาก ผลสดย่างไฟให้เกรียมแล้วละลายให้เข้ากับน้ำผึ้งจนได้ที่ ใช้ทาลิ้นเด็กคลอดใหม่ๆได้ ผลสดเผาไฟแล้วผ่าครึ่งซีก สระผมจะทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม เมล็ดใช้ผลิตเป็นแชมพูมะกรูด

แร่ธาตุที่ชื่อว่า..โซเดียม

แร่ธาตุที่ชื่อว่า..โซเดียม

ที่มา : หนังสือ กินฉลาดปราศโรค โดย แผนงานวิจัยนโยบายอาหารและโภชนาการ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ, มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ
หากร่างกายได้รับปริมาณโซเดียมเกินความจำเป็นทำให้เสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูง นำไปสู่โรคแทรกซ้อนตามมา เช่น โรคไต โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

“โซเดียม” คือ แร่ธาตุชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกายและความดันโลหิต โดยทั่วไปร่างกายต้องการโซเดียมประมาณ 1,500 มิลลิกรัม/วัน แต่ในชีวิตประจำวันเราอาจจะบริโภคโซเดียมมากกว่านั้น โดยปริมาณโซเดียมสูงสุดที่บริโภคแล้วไม่อันตราย คือ ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน หรือเท่ากับเกลือประมาณ 1 ช้อนชา

ระวัง!!! น้ำตาลในชานมไข่มุก

ระวัง!!! น้ำตาลในชานมไข่มุก

ช่วงนี้อากาศร้อนถึงร้อนมาก การหาเครื่องดื่มเย็นดับร้อนสักแก้ว นับว่าดีต่อใจของใครหลายคน ปัจจุบันเครื่องดื่มเย็นมีให้เห็นหลากหลายรูปแบบ ทั้งกาแฟแบรนด์เนม โกโก้ และชานมหลายยี่ห้อ ชานมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่ ชานมสัญชาติไต้หวัน

เมื่อก่อนเราจะเห็นแค่การเติมไข่มุก เดี๋ยวนี้มีการเพิ่มท็อปปิ้งชนิดต่างๆ ทั้งวุ้นสี เยลลี่หลากสีสัน เพื่อดึงดูดให้ลองชิม

ชานมไข่มุก 1 แก้ว จัดว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและไขมันสูง เพราะประกอบด้วย ชา ครีมเทียม น้ำตาลทราย นมข้นหวาน ไข่มุก และผงเครื่องดื่มสำเร็จรูปแต่งกลิ่น บางคนในหนึ่งวันดื่มมากกว่า 2 แก้ว ก็ได้รับน้ำตาลปริมาณมากเข้าไปเต็มๆ

นอกจากในน้ำชาจะมีน้ำตาลเยอะแล้ว ไข่มุกเม็ดโตที่ทำมาจากการนำแป้งมันมาต้มกับน้ำตาล ก็ยิ่งเพิ่มความหวานเข้าไปอีก หากร่างกายได้รับน้ำตาลเข้าไปปริมาณมากๆเป็นประจำ  อันตรายจากโรคร้ายสารพัดจะตามมา ทั้งโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด และอีกสารพัดโรค

ปกติในหนึ่งวันเราไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชา (ประมาณ 24 กรัม) วันนี้สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างชานมไข่มุกจาก 5 ร้านค้า ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาหาปริมาณน้ำตาลทั้งหมด ผลที่ได้พบว่าในชานมไข่มุก 1 แก้ว มีปริมาณน้ำตาลประมาณ 25.50-36.45 กรัม

เห็นผลอย่างนี้แล้ว หากอดใจไม่ได้ควรทานแต่น้อยในปริมาณที่พอเหมาะ และหันมาดื่มน้ำสะอาดแทน เพื่อสุขภาพที่ดีของเราในระยะยาว.

ร้อนนี้ดูแลตัวเองอย่างไร

ร้อนนี้ดูแลตัวเองอย่างไร

ฤดูร้อนมาถึงอีกแล้ว อากาศอบอ้าว ร้อนและร้อนมาก เพราะฤดูร้อนหยางชี่มีมาก ส่องลงพื้นดินจนร้อนระอุ ส่งผลร่างกายเกิดการเผาผลาญอย่างคึกคัก รูขนเปิด หยางชี่ระบายออกข้างนอกพร้อมเหงื่อ เหงื่อออกมาก กินอาหารได้น้อย อารมณ์ไม่ค่อยปลอดโปร่ง หงุดหงิดง่าย ส่วนยินชี่หลบเร้นอยู่ข้างใน กลางวันยาว กลางคืนสั้น เวลาในการพักผ่อนจึงสั้นลง

จึงควรต้องดูแลตัวเองในฤดูอันร้อนระอุนี้ ด้วยการ

1.อากาศร้อนมาก รูขนเปิด เหงื่อออกง่าย เป็นการระบายความร้อนออกจากร่างกาย เพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ ดังนั้นการใส่เสื้อผ้าต้องบางเบาสีอ่อน ให้ลมพัดผ่าน ความร้อนระบายออกได้สะดวก หลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางแดดร้อน โดยเฉพาะช่วงเที่ยงและบ่าย หรือหากจำเป็นต้องใส่หมวกหรือกางร่ม เพราะถ้าร้อนมากๆ จะมีความเสี่ยงที่จะเป็น “ลมแดด” หรือ ที่ชอบเรียกว่า “ฮีทสโตรก”

เหงื่อออกเป็นการระบายความร้อน แต่เหงื่อ เป็นน้ำของหัวใจ ออกมากเกินไปจะกระทบถึงหัวใจ เกิดอาการอ่อนเพลีย ใจเต้นเร็ว ใจสั่นได้ เหงื่ออกมาเป็นการเสียน้ำ จึงควรเติมน้ำให้พอเพียงต่อร่างกาย โดยดื่มทีละน้อย ดื่มบ่อยๆ ดื่มน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ควรดื่มครั้งละมากๆ หากดื่มชาร้อนได้ยิ่งดี

ไม่ควรดื่มน้ำแช่เย็น หรือกินไอศกรีมในขณะเหงื่อยังไม่แห้ง หรือ ร่างกายกำลังร้อนจัดๆ จะทำให้หลอดเลือดที่กำลังขยาย รูขนกำลังเปิด ความร้อนกำลังระบายออก หดตีบลงทันที เบาๆ ก็แค่เสี่ยงต่อการเป็นหวัดร้อน ที่หนักเสี่ยงต่อชีวิตก็คือ หลอดเลือดสมองและหัวใจเป็นตะคริว ตีบ เลือดเลี้ยงสมองไม่พอ เลี้ยงหัวใจไม่พอ ทำให้สมองขาดเลือด เส้นเลือดแตก หรือ หัวใจขาดเลือดจนหัวใจวาย

ฤดูร้อนเป็นฤดูเชื่อมโยงกับหัวใจ หัวใจควบคุมจิตอารมณ์ ความร้อนระอุของฤดูร้อนทำร้ายหัวใจ จึงหงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อย ใจร้อนง่าย ใจเต้นเร็ว ใจสั่น จึงควรอยู่ในที่เย็นสบาย มีลมพัดผ่อน ผ่อนคลายอารมณ์ จะได้ไม่เป็นการเติมไฟหัวใจให้ร้อนแรงยิ่งขึ้น พยายามสงบจิตอารมณ์ สุขุมเยือกเย็น ผ่อนคลาย การนอนสักงีบช่วงกลางวันจะช่วยลดไฟหัวใจลงได้

2.ฤดูร้อน กลางวันยาว กลางคืนสั้น จึงต้อง “นอนดึกตื่นเช้า” เพื่อให้สอดคล้องกับยินหยาง เพราะกว่าหยางจะอ่อนลงต้องดึกหน่อย ยินชี่กว่าจะพร้อมต้องรอดึกหน่อย ยินชี่เพียงพอแล้วค่อยนอน และต้องตื่นเช้าเพื่อรับกับหยางชี่ที่กำลังมาเต็มที่ อากาศตอนเช้าดี ไม่ร้อน สดชื่น เหมาะกับการออกกำลังกายนอกบ้าน สายจนตะวันโด่งแล้วจะร้อนเกินไป

แต่ทุกวันนี้มีข้อยกเว้น เพราะทุกบ้านมีแอร์เย็นฉ่ำ นอนเมื่อไรก็ได้ ไม่ควรนอนพื้นปูนหรือกระเบื้องเย็นๆ เพราะพื้นเย็นๆ จะดูดเอาความร้อนในร่างกาย พอตื่นขึ้นมาหรือนานไปจะปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย นานวันเป็นโรคปวดไขข้อได้

พัดลมไม่ควรจ่อตัว แอร์ไม่ควรให้อุณหภูมิห่างจากข้างนอกมากเกินไป จะทำให้เจ็บป่วยง่าย เสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อควรเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นจะเป็นเกลื้อน การใส่เสื้อผ้าต้องบางเบา ให้ลมผ่านได้ แต่ถ้าออกแดดควรใส่เสื้อแขนยาว ใส่หมวกหรือกางร่ม สังเกตไหมว่า ประเทศที่อยู่แถบทะเลทราย ชอบใส่เสื้อผ้าสีขาว ผ้าพลิ้วบาง ปิดหมดตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นแต่หน้า เพราะใส่แบบนี้จะไม่แสบร้อนผิว เป็นการปกป้องผิวที่ดีทีเดียว

คูน : ยาระบาย

คูน : ยาระบาย

ชื่ออื่น : กุเพยะ ชัยพฤกษ์ ราชพฤกษ์ แมะหล่ายู ลมแล้ง ฯลฯ คูนหรือที่เรียกทั่วไปว่าราชพฤกษ์ นอกจากจะให้ความสวยงามสีเหลืองอร่ามตามริมถนนสายต่างๆ แล้ว ยังได้รับการยกย่องให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยด้วย ออกดอกในฤดูร้อน พบขึ้นเองตามป่าโปร่งทั่วไป

สรรพคุณ

1.ฝัก รสหวานขม เย็นจัด ไม่มีพิษ ขับเสมหะ ขับพยาธิ แก้เด็กเป็นตานขโมย เป็นยาถ่ายและแก้ไข้มาลาเรีย เนื้อในฝัก รสหวานเอียน ใช้เป็นยาถ่ายและยาระบายในคนที่ท้องผูกเป็นประจำ แก้บิด แก้ไข้มาลาเรีย ใช้ภายนอกพอกแก้ปวดข้อ

2.เมล็ด ใช้เป็นยาระบาย และเป็นยาทำให้อาเจียน

3.ดอก ใช้เป็นยาถ่าย หล่อลื่นลำไส้ แก้โรคกระเพาะอาหาร และแผลเรื้อรัง

4.ใบ เป็นยาถ่าย แก้อัมพาต และโรคเกี่ยวกับสมอง

5.ใบอ่อน แก้ไข้รูห์มาติค ใช้ภายนอก ตำพอกหรือคั้นเอาน้ำทาแก้กลากเกลื้อน ตำทาถูนวดแก้ปวดข้อ และแก้กล้ามเนื้อบนใบหน้าเป็นอัมพาตครึ่งซีก (โรคปากเบี้ยว)

6.เปลือกต้น เป็นยาช่วยเร่งคลอด แก้ท้องร่วงและใช้ย้อมหนังสัตว์

7.เนื้อไม้ แก้รำมะนาด

8.แก่น ใช้ขับพยาธิไส้เดือน

9.เปลือกราก เป็นยาระบาย แก้ไข้มาลาเรีย

10.ราก ใช้เป็นยาบำรุง และยาถ่ายอย่างแรง แก้ไข้ แก้โรคเกี่ยวกับหัวใจ แก้โรคเกี่ยวกับถุงน้ำดี ใช้ภายนอกแก้ปวดข้อ (ใช้พอก)

** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **