เครือข่ายนักวิชาการชี้จับแกนต้านถ่านหินละเมิดสิทธิ

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคม ระบุ การจับกุมแกนนำต้านถ่านหิน เป็นการละเมิดต่อสิทธิขั้นพื้นฐาน และเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งอารยะ และมนุษยธรรม

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1/2560 มีใจความที่น่าสนใจตอนหนึ่งว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืน คือ การรักษาสมดุลระหว่างการรักษาสิ่งแวดล้อม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเคารพถึงเจตจำนงของผู้ได้รับผลกระทบ ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง แม้ว่าภาครัฐได้มีความพยายามในการยืนยันข้อเท็จจริงว่า การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งถือเป็นโครงการขนาดใหญ่จะนำประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงทางด้านพลังงาน อย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม จากบทเรียนในอดีตทั้งในต่างประเทศและประเทศไทย ได้แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ดังนั้น โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ถือว่าเป็นโครงการที่สอดคล้องต่อหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามที่รัฐบาลกล่าวอ้างจริงหรือมั่ว (นิ่ม)

นอกจากนี้แล้ว สิทธิของประชาชนในการออกมาเรียกร้อง หรือต่อต้านการกระทำที่ถือว่าอยุติธรรมโดยผู้ปกครองรัฐผ่านการชุมชุมโดยสงบ เปิดเผย และปราศจากอาวุธนั้น ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการเคารพ และรับรองจากทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายภายในของรัฐ ที่ได้ชื่อว่ามีอารยะ ด้วยเหตุนี้ การที่รัฐกระทำในลักษณะที่เป็นการจำกัดขัดขวางการชุมชนด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การปิดตึกไม่ให้ประชาชนเข้าไปใช้ห้องน้ำในทำเนียบรัฐบาล และการไม่จัดรถสุขาเคลื่อนที่มาให้บริการ รวมถึงการจับกุมแกนนำเพื่อกดดันให้ประชาชนสลายการชุมนุม จึงถือว่าเป็นการละเมิดต่อสิทธิขั้นพื้นฐาน และเป็นการกระทำที่ไร้ซึ่งอารยะ และมนุษยธรรม

Please follow and like us:
0